Cloudflare เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Gen 13 แรงขึ้น 2 เท่าด้วยขุมพลัง AMD Turin และซอฟต์แวร์ภาษา Rust

Cloudflare ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Gen 13 อย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นในการเพิ่มจำนวนคอร์ประมวลผลเป็นสองเท่า พร้อมการปรับโฉมซอฟต์แวร์หลักด้วยภาษา Rust ซึ่งช่วยให้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่ Edge เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น

Credit: Cloudflare

ในเซิร์ฟเวอร์รุ่นก่อนหน้า (Gen 12) Cloudflare ได้ใช้ซีพียู AMD Genoa-X ที่มีเทคโนโลยี 3D V-Cache ขนาดใหญ่ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับซอฟต์แวร์เดิม (FL1) ที่ใช้ NGINX และ LuaJIT แต่สำหรับ Gen 13 Cloudflare ได้เลือกใช้ซีพียู AMD EPYC™ เจนเนอเรชันที่ 5 (รหัส Turin) ซึ่งมีคอร์สูงสุดถึง 192 คอร์ (384 เธรด) เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนที่มี 96 คอร์

อย่างไรก็ตาม สถาปัตยกรรมของ Turin มีการปรับเปลี่ยนโดยให้ความสำคัญกับ Throughput มากกว่าขนาดแคชต่อคอร์ ทำให้แต่ละคอร์เข้าถึงแคช L3 ได้เพียง 2MB ซึ่งน้อยกว่ารุ่น Gen 12 ถึง 6 เท่า ซึ่งจากการทดสอบพบว่าซอฟต์แวร์แบบเดิม (FL1) ไม่สามารถรับมือกับการลดลงของแคชนี้ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาความล่าช้า (Latency) พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% เมื่อมีการใช้งานหนัก ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้สำหรับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ Cloudflare จึงได้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ FL2 ซึ่งเป็นการเขียนเลเยอร์การจัดการคำร้องขอ (Request handling) ขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วยภาษา Rust (บนโครงสร้าง Pingora และ Oxy) แทนที่โค้ดเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 15 ปี

FL2 ถูกออกแบบมาให้มีการเข้าถึงหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ลดการจองพื้นที่หน่วยความจำแบบ Dynamic ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแคช L3 ขนาดใหญ่เหมือน FL1 ทำให้สามารถขยายประสิทธิภาพตามจำนวนคอร์ได้แบบ Linear Scaling

ผลการทดสอบ

จากการทดสอบเซิร์ฟเวอร์ Gen 13 (AMD Turin 9965) ร่วมกับซอฟต์แวร์ FL2 พบการพัฒนาในทุกมิติ ดังนี้

  1. Throughput เพิ่มขึ้น 2 เท่า: สามารถจัดการคำร้องขอได้มากขึ้น 100% เมื่อเทียบกับ Gen 12
  2. Latency ลดลง 70%: เมื่อเทียบกับการรัน FL1 บนฮาร์ดแวร์เดิม ช่วยให้การตอบสนองรวดเร็วและเสถียรแม้ในช่วงทราฟฟิกพุ่งสูง
  3. ประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้น 50%: ช่วยลดการใช้พลังงานและลด Carbon Footprint ต่อคำร้องขอ
  4. ความหนาแน่นของงานในแร็คสูงขึ้น 60%: ช่วยให้สามารถอัปเกรดเครือข่าย Edge ทั่วโลกได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่หรือใช้งบประมาณพลังงานเพิ่ม

ปัจจุบัน Cloudflare ได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบฮาร์ดแวร์และเริ่มมีการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ Gen 13 ไปยังศูนย์ข้อมูลทั่วโลกแล้ว เพื่อรองรับคำร้องขอหลายล้านรายการและมอบอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา : https://blog.cloudflare.com/gen13-launch/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft Defender for Endpoint เปิด Public Preview รองรับ Linux Desktop ใช้ Agent เดียวกับ Linux Server

Microsoft เปิด Public Preview ให้ Microsoft Defender for Endpoint ปกป้อง Linux workstation ได้แล้ว ครอบคลุมทั้ง EDR, …

Android เพิ่มระบบป้องกัน Scam ใช้ Gemini ตรวจข้อความ และตัดสายมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นธนาคาร

Google เพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการหลอกลวงชุดใหม่บน Android ครอบคลุมทั้ง Google Messages และแอปส่งข้อความ 3rd-party โดยใช้ Gemini วิเคราะห์ข้อความและลิงก์ ป้องกันการแอบโอนสาย และตัดสายที่แอบอ้างเป็นธนาคารให้อัตโนมัติ