เชิญร่วมงานสัมมนา Rethink & Rebuild your Cyber Security Plan โดย AMR Asia

จีนยังคงเป็นเจ้าของ Supercomputer มากที่สุดในโลก

เมื่อไม่นานมานี้อเมริกาเพิ่งกลับมาทวงความเป็นเจ้าความเร็วด้าน Supercomputer กลับมาจากจีนแต่อย่างไรก็ตามหากนับจำนวนของ Supercomputer ที่มีอยู่ในตลาด 500 อันดับแรกจีนก็ยังเป็นแชมป์ด้วยจำนวน 206 เครื่องในขณะที่สหรัฐฯมีเพียง 124 เครื่องเท่านั้น

IT Engineer Holding Notebook and Walking Through Data Center Full of Working Rack Servers.

หลายปีมาแล้วที่อเมริกาเป็นเจ้าตลาดเรื่อง Supercomputer แต่หากย้อนไปแค่ 2 ปีหลังนี้ จีนสามารถขึ้นมาทำตลาดได้แม้แต่เรื่องจำนวนของเครื่องในตลาด 500 อันดับแรก สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วของจีนในด้านตลาดเทคโนโลยีซึ่งแม้แต่อเมริกายังต้องหันกลับมาแสดงความกังวลในประเด็นทางภูมิศาสตร์การเมืองและด้านเศรษฐกิจ

Richard Suttmeier ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายทางวิทยาศาสตร์ของจีนจากมหาวิทยาลัยโอเรกอนกล่าวว่า “จีนเคยตามหลังในด้านเทคโนโลยี Supercomputer นะแต่ตอนนี้พวกเขาทำได้แล้ว” หลังจากลงทุนไปหลายพันล้านทำให้จีนมายืนแนวหน้าของตลาดเหมือนกับด้าน AI และ Quantum computing เรียบร้อยแล้วและมีผลถึงการตัดสินแพ้ชนะในด้านเศรษฐกิจทีเดียว

บางครั้งการค้าขาย Supercomputer ก็มีปัญหาขึ้นมา เช่น ในปี 2015 วอชิงตันไม่อนุมัติไม่ให้ License กับ Intel ในการขายชิปไมโครโปรเซสเซอร์ให้กับแลปในจีน 4 แห่งเพราะอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทางทหารของจีน Jack Dongarra ผู้เชี่ยวชาญด้าน Supercomputer และผู้ร่วมในการจัดทำรายชื่อ Supercomputer 500 อันดับแรกจากมหาวิทยาลัย Tennessee กล่าวว่าจีนพยายามผลิตเทคโนโลยีแทนที่ฝั่งตะวันตกเพราะ “จีนมีบทเรียนมาแล้วว่าอย่าเชื่อในอเมริกา

ปกติแล้ว Supercomputer จะถูกใช้ในห้องแลประดับชาติและงานของรัฐบาล เช่น โครงการนิวเคลียร์ หรือ ศึกษารูปแบบสภาวะอากาศเป็นต้น แต่ปัจจุบันกว่าครึ่งของรายชื่อ 500 อันดับแรกถูกใช้ในองค์กร นอกจากนี้มีผลวิจัยจาก Hyperion Research คาดว่าตลาดนี้จะโตขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2022 และมูลค่ามากกว่า 9.5 พันล้านเหรียญ โดยได้นิยามคำว่า Supercomputer คือต้องมีมูลค่าของเครื่องมากกว่า 5 แสนเหรียญ ผู้เล่นรายใหญ่ 3 ของ 5 อันดับแรกในตลาดนี้มาจากจีน คือ Lenovo (อันดับ 1), Inspur (อันดับ 3), Sugon (อันดับ 5) ที่เหลือคือบริษัทจากอเมริกาคือ Cray และ HP นั่นเอง

ความสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งมีความเห็นจาก Depei Qian นักวิจัยแนวหน้าด้าน Supercomputer ในจีนกล่าวว่าความก้าวหน้าที่เกิดกับจีนนั้นเกินความคาดหมายแต่แม้จีนจะพัฒนาขึ้นไวแค่ไหนแต่ Qian ยังมีความเห็นว่า “ซอฟต์แวร์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา” เนื่องจากในอีกด้านหนึ่งนั้นซอฟต์แวร์เป็นตัวสำคัญในการเรียกศักยภาพของเครื่อง หากวัดกันด้านการรับมือกับความเร็วของแอปพลิเคชันเครื่อง Sunway TaihuLight (เครื่องจากจีนที่เพิ่งตกอันดับไป) จะอยู่ในอันดับที่ 6 อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญจากแลประดับชาติใน Illinois คือนาย Rick Stevens กล่าวว่า “ของในศูนย์จากจีนนั้นเหมือนกับของเราอย่างน่าประหลาดใจและพวกเขาตั้งใจจะสู้แบบระยะยาวในด้านเทคโนโลยี ซึ่ง Supercomputer ก็เป็นหนึ่งในนโยบายนี้แหละ

ที่มา : https://www.nytimes.com/2018/06/25/technology/china-supercomputers.html

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

รายงานจาก GitHub ชี้ช่องโหว่บนโอเพ่นซอร์สมีอายุเฉลี่ยถึง 4 ปีก่อนถูกเปิดเผย

GitHub ได้ออกรายงานประจำปีหรือ Octoverse ซึ่งเป็นการสรุปผลงานของโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สในรอบปี ในมุมของ Security พบว่าโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สมีช่องโหว่ที่ไม่ถูกค้นพบถึง 4 ปีกว่าจะถูกเปิดเผย

[Guest Post] รายงานใหม่จาก เทค รีเสิร์ช เอเชีย ชี้ชัด เอดจ์ คอมพิวติ้ง มีบทบาทสำคัญมาก ต่อกลยุทธ์ไอทีและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชีย แปซิฟิก

ผลการสำรวจจากผู้นำเทคโนโลยี 1,100 รายครอบคลุม 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่รับรู้และมีการใช้งานเอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge Computing) 28เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมีการใช้เอดจ์ คอมพิวติ้งและอีก 38 เปอร์เซ็นต์จะใช้ในอีก 24เดือนข้างหน้า ซึ่งเรากำลังเข้าสู่เส้นแบ่งเขตแดนถัดไปของการใช้เทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิก จากผู้ที่ใช้เอดจ์คอมพิวติ้ง 72 …