Breaking News

กรณีศึกษา Central Group และกลยุทธ์ของ AWS ในภูมิภาคอาเซียนในงาน AWSSummitSG

เมื่อวันที่ 3-4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาเราได้รับเชิญจากทีมงาน Amazon Web Services ให้ไปร่วมงาน AWSSummitSG ณ ประเทศสิงค์โปร์ และมีโอกาสสัมภาษณ์ใน 3 ช่วงคือ กลยุทธ์ของภูมิภาคอาเซียน โดย คุณ Nick Walton, MD ภูมิภาคอาเซียนและ ดร. ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อีกหัวข้อคือกรณีศึกษาจากกลุ่ม Central Group ที่มีการนำ AWS เข้ามาใช้งานซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณ  Axel Winter , CTO จาก Central Group ในหัวข้อสุดท้าย สถาปัตยกรรมแห่งศตวรรษที่ 21 และ AI/ML คุณ  Paul Chen , Head of Solution Architect ประจำ ASEAN เป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับเราครับ

คุณ Nick Walton, MD อาเซียน

กลยุทธ์ของ AWS ในภูมิภาคอาเซียน

เริ่มแรกคุณ Nick Walton ได้กล่าวถึงความท้าทายในการทำตลาด Enterprise ว่าเป็นเรื่องของการขาดทักษะของฝั่งผู้ใช้ในการใช้งาน Cloud ตรงนี้เอง ช่วงหลายปีหลัง AWS จึงเข้าไปช่วยผลักดันให้ลูกค้าในอาเซียนโดยผ่านทางการ Training  เพื่อตอบโจทย์องค์กรได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็ว รวมถึงเรายังได้มีโครงการเรียนรู้ร่วมกัยทางมหาลัยต่างๆ เพื่อผลิตวิศวกรที่มีทักษะของ Cloud ออกมามากขึ้น นอกจากนี้ทาง ดร. ชวพล ได้เสริมว่าการทำธุรกิจปัจจุบันนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไรก่อนที่ลูกค้าจะรู้เสียอีกและทุกอย่างต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทาง AWS ได้สนับสนุนภาคธุรกิจด้วยการจัดหาเทคโนโลยีที่ทำได้รวดเร็วและยืดหยุ่น

คุณ Nick Walton ยังคงได้กล่าวเสริมว่าตนนั้นได้ให้ความสนใจกับกลุ่ม Financial ในประเทศไทยเป็นอย่างมากและกล่าวว่าบางรายได้ใช้บริการกับ AWS ด้วยซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า อย่างไรก็ตามเมื่อเราถามว่าทาง AWS มีแผนที่จะตอบรับกับกฏหมายด้านการปกป้องข้อมูลในแต่ละประเทศหรือไม่ เราก็ได้รับคำตอบว่า “นั่นเป็นเรื่องที่ลูกค้าถามเรามาตั้งแต่วันแรก ซึ่งเราไม่ได้เข้าไปแตะต้องข้อมูลของลูกค้าเลย เราทำเพียงแค่จัดหาเครื่องมือเพื่อให้ลูกค้านำข้อมูลเข้าและออกจาก Cloud ด้วยตัวเองเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เรามีฟังก์ชันการเข้ารหัสข้อมูลซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกอ่านได้โดยคนที่ไม่ใช่เจ้าของ”

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการ AWS ประจำประเทศไทย

เราได้ถามเพิ่มเติมว่า ทาง AWS มีแผนที่จะมาลงทุนดาต้าเซนเตอร์ในไทยบ้างหรือไม่ ทาง ดร. ชวพล กล่าวกับเราว่า “เรามีการลงทุนเพิ่มอยู่เรื่อยๆ และไทยเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์แต่ก็ต้องดูผลลัพธ์ในภาคธุรกิจของไทยด้วยว่าจะโตเร็วพอที่จะลงทุนแล้วคุ้มทุนหรือไม่” เมื่อถูกถามว่าคุณมองภาพ IoT ในอาเซียนและมีแผนรองรับมันอย่างไรในอนาคต ทางคุณ Walton กล่าวว่า “นั่นเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่เชียวหล่ะ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมยังมีพื้นที่สำหรับตลาด IoT อีกมากซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ยังไงก็ตาม AWS มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมกับการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจาก IoT อยู่แล้ว

กรณีศึกษา AWS กับ Central Group

Axel Winter, CTO Central Group

Axel ได้เล่าถึงความสำเร็จของการทำ Digital Transformation และความท้าทายของปัญหาว่า “จากประสบการณ์ของผมคือฟังก์ชันของเทคโนโลยีมันยังไม่ดีเพียงพอ องค์กรก็อยากจะทำนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ยังไงพวกเขาจึงหันไปเรียก Vendor เข้ามา อันที่จริงคุณต้องวางกลยุทธ์และต้องบังคับใช้กลยุทธ์ให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วย เพราะปัญหาคือส่วนใหญ่องค์กรไม่รู้ว่าจะทำให้กลยุทธ์นั้น.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราลอง Google ดูคำว่า Transformation เชื่อเลยว่า 2 หน้าแรกจะมีแต่คีย์เวิร์ดที่ตอบโจทย์เชิงกลยุทธ์เท่านั้นแต่เชื่อไหมว่าส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้จริง

นอกจากนี้ยังเสริมว่าในฐานะที่ผมเป็น CTO เอง ผมพยายามดึงคนเก่งๆ เข้ามา วางกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน ดูว่าไอทีหรือพาร์ทเนอร์ไหนจะช่วยตอบโจทย์ธุรกิจได้ และผมก็ทำให้มันเกิดขึ้นโดยไม่ไขว้เขวก็เท่านั้นเอง ซึ่งนี่คือความแตกต่างเพราะองค์กรส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาจุดยืนในกลยุทธ์ของตนได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมัวไปเสียเวลาหาว่าอะไรดีที่สุดแต่ไม่ลงมือทำ ผมจะไม่พยายามเลือกใช้งาน Vendor นักเพราะว่าแม้จะทำได้สำเร็จก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปซึ่งมีตัวอย่างเกิดขึ้นมากมาย

ในส่วนคำถามว่าทำไมถึงเลือก AWS นอกเหนือจาก Cloud เจ้าอื่นๆ “ตัวผมและทีมผมส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ AWS อยู่แล้ว ถ้าพูดถึงในเชิงกว้างและเชิงลึก AWS ก็สามารถตอบโจทย์ผมได้ โดยส่วนตัวผมไม่ชอบอะไรที่ทำให้ผมช้าลงหรอกนะ ในส่วนของทีมช่วยเหลือของ AWS ผมก็คิดว่าดีมากๆ เช่นเดียวกัน นั่นคือเหตุผลที่เราเลือก AWS” ทาง Axel ยังได้เสริมในประเด็นของการเลือกระบบที่จะนำขึ้น Cloud ว่าความจริงแล้วธุรกิจต่างๆ ควรจะตีโจทย์ให้ได้ว่าธุรกิจคุณต้องการ Cloud หรือเปล่าถ้าเกิดว่ามันสามารถทำ Offline ได้ก็ไม่จำเป็น นอกจากนี้เมื่อทำไปแล้วมันไม่คุ้มค่าก็แค่ยกเลิกมันเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามคุณต้องลองใช้มันและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นถึงระบบนั้นได้ด้วย

สถาปัตยกรรมแห่งศตวรรษที่ 21 และ AI/ML

Paul Chen , Head of Solution Architect in ASEAN

Paul เริ่มเล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของ Solution Architect คือเข้าไปรับฟังปัญหาของลูกค้าเบื้องต้นว่าควรจะใช้บริการใดของ AWS มาเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า ถ้าหากลูกค้าต้องการบริการที่เฉพาะทางไปกว่านั้นทาง AWS ก็สามารถนำทีม Solution Architect เฉพาะทางเข้าไปแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างตรงจุด เพราะ AWS มีโมดูลมากกว่า 100 รายการ ยากที่คนๆ เดียวจะรู้ในเชิงลึกทุกด้าน Paul ยังเล่าถึงนิยามของ Architecture ของศตวรรษที่ 21 ว่าประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

  • Input มันไม่ใช่แค่ข้อมูลเดิมๆ เหมือนในอดีตแต่คือข้อมูล เช่น เสียง หรือ ข้อมูลจาก IoT ที่ทำหน้าที่เป็น Sensor
  • Contextual คือ ความพยายามใช้งานข้อมูลจำนวนมาก เช่น ข้อมูลจาก IoT ซึ่งเราช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีข้อมูลปริมาณมหาศาลเหล่านี้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เพื่อนำมาตอบโจทย์ของตน
  • Predictive คือ ใช้ AI/ML เข้ามาช่วยสร้างโมเดลเพื่อทำนายข้อมูลเหล่านั้น ซึ่ง Paul มองว่าในส่วนนี้ภูมิภาคอาเซียนยังใหม่อยู่มากและมีปัญหาที่ซับซ้อนอีกมากกำลังรอการแก้ไขอยู่ในอนาคต

ในช่วงของคำถามเมื่อถามว่า Service อย่าง Translate หรืออื่นๆ ดีกว่าคู่แข่งอย่างไร Paul ตอบว่า “มันคือส่วนที่จำเป็นต้องมีในการก้าวต่อไปในโมดูล AI/ML ดังนั้นไม่เปรียบเทียบอย่างนั้นดีกว่า ทาง AWS เองเราได้พัฒนาโมดูลต่างๆ ขึ้นมาตามเสียงเรียกร้องจากลูกค้าเสมอ เราได้มอบทางเลือกให้กับลูกค้าเพื่อนำไปใช้ตอบโจทย์ให้กับองค์กรได้อย่างง่ายและรวดเร็วทันยุคสมัยกว่าที่เคยเป็น

อีกคำถามนึงเมื่อเราถามว่าคุณมีแผนจะรองรับภาษาไทยหรือเปล่าในบริการต่างๆ เช่น Translate, Transcribe เป็นต้น  Paul ก็ตอบว่า “เรามีรายชื่อของภาษาต่างๆ จำนวนมากเลย แน่นอนว่าไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น เราจะค่อยๆ ทยอยออกการรองรับภาษาอื่นๆ มาเพิ่มในอนาคต ซึ่งเราหากมันจะเกิดขึ้นได้จริง เราก็ต้องหาทั้งวิศวกรที่เป็นคนไทย ผู้เชี่ยวชาญภาษาไทย รวมถึงเก็บข้อมูลที่เป็นภาษาไทยด้วยเช่นกัน


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

NetApp เปิดตัว Memory Accelerated FlexPod เสริม MAX Data และ Intel Optane DC Persistent Memory เร่งความเร็วให้สูงยิ่งขึ้น

NetApp ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุดสำหรับ Converged Infrastructure (CI) ภายใต้ชื่อ NetApp Memory Accelerated FlexPod ที่ได้ผสานนวัตกรรมใหม่อย่าง NetApp MAX Data และ Intel Optane DC Persistent Memory เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมให้สูงยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

Intel เปิดตัวอุปกรณ์เร่งการประมวลผล AI รุ่นใหม่ พร้อมชิปรับส่งข้อมูลเครือข่ายระดับ Tbps

ในงาน Hot Chips 2019 ทาง Intel ได้ออกมาประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับเร่งการประมวลผล AI และการรับส่งข้อมูลเครือข่ายที่ระดับความเร็วถึง Tbps ดังนี้