SUSE by Ingram

AWS ประกาศออก ‘AWS Network Firewall’

AWS Network Firewall เป็นบริการ Managed Service Firewall ใหม่สำหรับ Virtual Private Cloud (VPC)

AWS Network Firewall รองรับการใช้งานทั้งแบบ Stateless และ Stateful Inspection นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ IDS/IPS, และ Web Filtering, ป้องกันการเข้าโดเมนอันตราย และ Signature-based Detection แน่นอนว่าต้องสามารถต่อกับบริการของตนอย่าง CloudWatch หรือส่ง Log ไปเก็บบน S3 ได้ ไม่เพียงเท่านั้น Network Firewall ได้ถูกควบรวมเข้ากับ AWS Firewall Manager ให้ผู้ใช้งานระดับองค์กรสามารถจัดการกิจกรรมของ Firewall ต่างๆ ใน AWS Account ได้จากที่เดียว อย่างไรก็ดียังทำงานร่วมกับโซลูชันจากพาร์ทเนอร์อย่าง CrowdStrike, Palo Alto Networks และ Splunk ได้

credit : aws

ตัวของ Network Firewall มีองค์ประกอบดังนี้ (ตามภาพประกอบ)

  • Firewall – เชื่อมต่อกับ VPC ปกป้องเครือข่ายตาม Policy ที่กำหนด จะเห็นได้ว่าตัว Network Firewall จะกันขา Public ก่อน Firewall Endpoint
  • Firewall Policy – กำหนดพฤติกรรมของ Firewall ในรูปแบบของ Rule ของ Stateless หรือ Stateful โดย 1 Policy สามารถใช้กับ Firewall ได้หลายตัว
  • Rule Group – เป็นกลุ่มของ Rule ที่กำหนดว่าจะจัดการ Network Traffic อย่างไร

ปัจจุบัน AWS Network Firewall พร้อมให้บริการแล้วใน US East (N. Virginia), US West (Oregon) และ Europe (Ireland) ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/aws-network-firewall-new-managed-firewall-service-in-vpc/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

TechTalkThai Solutions Catalog: Virtualization & Container 2021

Virtualization และ Container คือเทคโนโลยีเบื้องหลังในระดับ IT Infrastructure สำหรับให้บริการ Business Application ของธุรกิจองค์กรและผู้ให้บริการ Cloud เพื่อให้การใช้งาน Server และ Hardware อื่นๆ สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ, เสริมความมั่นคงทนทานของระบบ, เพิ่มความง่ายดายในการบริหารจัดการและการดูแลรักษา รวมถึงยังต่อยอดสู่ภาพของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ได้

สำรองและกู้คืนข้อมูลใน Microsoft 365 แบบไร้รอยต่อด้วย Veeam จาก Mverge

จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรตอบรับกระแส Work From Home กันมากขึ้น และหนึ่งในบริการที่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ คือ Microsoft 365 นั้นเอง ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเข้ามาเจอหน้ากันผ่านระบบคลาวด์