AWS ทุ่ม 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ชิงบัลลังก์ผู้นำคลาวด์ พร้อมลุยโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มสูบ

Amazon Web Services (AWS) ประกาศแผนลงทุนมหาศาล 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 โดยมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะ นี่เป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ AWS ที่จะทวงคืนตำแหน่งผู้นำในตลาดคลาวด์ ซึ่งเคยถูก Microsoft Azure และ Google Cloud แย่งส่วนแบ่งไปอย่างรวดเร็ว

ยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางการแข่งขัน

แม้ว่า Azure จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ AWS ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้วยรายได้ไตรมาส 4 ปี 2024 ที่พุ่งสูงขึ้น 19% แตะ 28,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นถึง 48% แตะ 10,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีปัจจัยสำคัญคือประสิทธิภาพด้านต้นทุนจากบริการ AI เช่น Amazon Bedrock และ SageMaker

จุดแข็งสำคัญของ AWS อยู่ที่ ชิป Trainium2 ซึ่งให้ประสิทธิภาพด้านราคาที่ดีกว่า GPU ถึง 30-40% และการบูรณาการฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโมเดลเข้าด้วยกัน ในขณะที่ Azure ยังคงพึ่งพา GPU ของ NVIDIA ซึ่งทำให้เผชิญกับความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่สูงขึ้น

แผนเร่งรัด AI ในปี 2025

กลยุทธ์ของ AWS ในปี 2025 วางอยู่บน 3 เสาหลัก:

  • การขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI: การลงทุน 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะขยายศูนย์ข้อมูล และโครงการ Project Rainier ซึ่งเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์คลัสเตอร์สำหรับ Anthropic
  • ความเป็นผู้นำด้านต้นทุน: ชิป Trainium3 (เปิดตัวปี 2025) มีเป้าหมายลดต้นทุนการอนุมาน (inference costs) ลง 50%
  • การผูกขาดระบบนิเวศ: AWS Bedrock Marketplace นำเสนอโมเดลกว่า 100 โมเดล และ SageMaker Unified Studio ผสานรวมเครื่องมือข้อมูล การวิเคราะห์ และ AI เข้าด้วยกัน

โอกาสการเติบโตของ Amazon

นักวิเคราะห์จาก 24/7 Wall St. คาดการณ์ว่ารายได้คลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Amazon อาจสูงถึง 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีภายในปี 2030 และประเมินว่าหุ้น Amazon (AMZN) อาจเพิ่มขึ้นอีก 431 ดอลลาร์ต่อหุ้นภายในปี 2030 ด้วยการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของ AI และอัตรากำไรของคลาวด์ที่สามารถปรับขนาดได้

แม้มีความเสี่ยงจากกฎระเบียบและการขาดแคลนชิป แต่กลยุทธ์ “AI-first” ของ AWS ถือเป็นการนิยามรูปแบบเศรษฐกิจของคลาวด์ใหม่ทั้งหมด การเป็นเจ้าของ AI stack ตั้งแต่ซิลิคอนไปจนถึงซอฟต์แวร์ จะทำให้ AWS เป็นผู้นำคลาวด์เพียงรายเดียวที่สามารถปรับขนาดได้อย่างแท้จริง นักลงทุนที่ซื้อหุ้น Amazon ในราคาปัจจุบันและถือไว้จนถึงปี 2030 อาจเห็นผลตอบแทนสูงถึง 275% นี่คือการเดิมพันบนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ AI

ที่มา : https://www.ainvest.com/news/amazon-aws-azure-moment-cloud-dominance-ai-driven-growth-2025-2030-2506/

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …