AWS ได้เปิดบริการ Client VPN (Client to site) คือการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ปลายทางเข้ามายังไซต์นั่นเอง ตอบโจทย์การทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและด้วยโมเดลจ่ายตามการใช้งานจริงทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องวางแผนสำรองซื้อฮาร์ดแวร์ล่วงหน้า

ในส่วนของข้อดีจากบริการ Client VPN ที่ AWS ได้นำเสนอมีดังนี้ (ขั้นตอนการทำงานสามารถดูภาพประกอบได้ตามรูปด้านบน)
-
Fully managed – ผู้ใช้งานสามารถติดตามและบริหารจัดการการเชื่อมต่อได้จากหน้าจอเดียว รวมถึงสามารถจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง ตั้งค่าและอัปเดตตัว Client ได้อย่างอัตโนมัติด้วย (การใช้งานปัจจุบันนั้นปกติแล้วเราต้องจัดการแต่ละ Client แยกกันไปและไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือมากนัก)
-
Elastic – เนื่องจากข้อดีของคลาวด์ทำให้ขยายการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น
-
Access any resource and location – ไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ไหนและปลายที่ต้องการเข้าไปนั้นเป็นไซต์ AWS หรือเครื่องข่ายของตัวเองทาง AWS Client ก็สามารถรองรับการทำงานเหล่าได้ อีกทั้งยังสามารถเลือก Client จาก OpenVPN จึงตอบโจทย์อุปกรณ์ทั้ง Linux, Mac, Windows และ Android ด้วย
-
Tight Security Control – ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Rule การเข้าใช้งาน รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับ Active Directory หรือแบบ Certificate-based ก็ได้
อย่างไรก็ตามบริการ Client VPN นั้นพร้อมให้บริการแล้วในโซน US East (Virginia), US East (Ohio), US West (Oregon) และ EU (Ireland) ซึ่งโซนอื่นๆ กำลังตามมา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ AWS Client VPN
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






