SUSE by Ingram

[รีวิว] ASUS ExpertBook P2451FA: Notebook รุ่นทำงานระดับ Entry-level ที่อัปเกรดสเป็คได้แบบจัดเต็มเหมือนรุ่น Premium

เมื่อ ASUS ตั้งใจรุกตลาด Commercial PC/Notebook เราจึงได้เห็นการเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นสำหรับภาคธุรกิจองค์กรจาก ASUS ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยสำหรับ Notebook นั้นก็จะอยู่ภายใต้ตระกูล ASUS ExpertBook และในครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai เราก็ได้รับ ASUS ExpertBook P2451FA ซึ่งเป็น Commercial Notebook รุ่นแรกเริ่มในราคาคุ้มค่ามาทดสอบ ซึ่งก็ถือว่าน่าจะตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้ดีทีเดียวในหลากหลายแง่มุมเลยทีเดียว และเราก็ขอสรุปผลการทดลองใช้งานครั้งนี้ในบทความนี้ครับ

ASUS ExpertBook P2451FA: Notebook ทำงานรุ่นเล็กสเป็คก็แรงได้ รองรับทั้งการใช้ทำงานและชีวิตส่วนตัว

ASUS ExpertBook P2451FA นี้เป็น Notebook ที่ ASUS จัดให้อยู่ในกลุ่มของ Essential Series หรือก็คือ Notebook ทำงานรุ่นเล็กนั่นเอง โดยจะมี ASUS ExpertBook P2 ที่เน้นเรื่องความทนทานและประสิทธิภาพ กับ ASUS ExpertBook P1 ที่เน้นเรื่องความเบา ซึ่งจากรหัสแล้ว ASUS ExpertBook P2451FA นี้ก็อยู่ในกลุ่มของ ExpertBook P2 ครับ

หากเป็นในอดีต เวลาพูดถึง Notebook ทำงานรุ่นเล็ก เราก็มักจะนึกถึง Notebook ที่รองรับ CPU รุ่นเล็กๆ มาพร้อมกับ RAM นิดๆ หน่อยๆ พอให้ลง Windows ได้ และ HDD เพื่อให้ใช้งานและมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ แต่พอใช้งานจริงก็จะรู้สึกติดๆ ขัดๆ กับความช้าในการทำงาน และหลายๆ อย่างที่ไม่ทันใจ รวมถึงดีไซน์ที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ ASUS ExpertBook P2451FA ล้างภาพเหล่านั้นทิ้งไปหมดเลยครับ

Credit: ASUS

ASUS ExpertBook P2451FA นี้มาพร้อมกับแนวคิดของการเป็น Notebook รุ่นทำงานที่รองรับความต้องการได้หลากหลาย โดยตัวบอดี้เลือกใช้ Aluminium Alloy สีดำ Star Black เพื่อความสวยงามที่สมกับการใช้ทำงานและมีความทนทานที่สูง รวมถึงยังมีการเสริมโครงสร้างให้รับน้ำหนักและการกระแทกได้ นอกจากนี้หากเลือกใช้ HDD ในเครื่องด้วย ตัว HDD ก็จะมาพร้อมกับระบบกันกระแทก เพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญในการทำธุรกิจจะเสียหาย และแน่นอนว่าเครื่องนี้ก็ผ่านมาตรฐาน US MIL-STD 810G ซึ่งเป็นมาตรฐานความทนทานสำหรับใช้งานได้ทางการทหาร ต้องผ่านการทดสอบทั้งการกระแทก การสั่นสะเทือน การกันน้ำ การทนความร้อนและความชื้นมาเป็นอย่างดี

ไม่เพียงแต่ความทนทาน แต่ ASUS ExpertBook P2451FA ก็ยังเปิดให้เราเลือกสเป็คได้เพื่อให้มีช่วงราคาตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงราคาที่สูงขึ้นมาพร้อมประสิทธิภาพสูงแบบจัดเต็ม โดยเราสามารถเลือกสเป็คได้ดังนี้

 
Credit: ASUS
  • CPU: 10th Gen Intel Core i3 1011U (2.1GHz, 4MB Cache, 2 Cores) / Intel Core i5 10210U (1.6GHz, 6MB Cache, 4 Cores) / Intel Core i7 10510U (1.8GHz, 8MB Cache, 4 Cores) 

  • RAM: 4GB – 32GB DDR4 2666MHz

  • Storage: 256GB/512GB/1TB PCIe Gen3 x4 SSD M.2 + 500GB/750GB/1TB/2TB 5400RPM SATA

  • Graphics: Integrated Intel UHD Graphics สามารถเลือกไปใช้ ASUS ExpertBook P2451FB ที่มี NVIDIA MX110 แทนได้

  • Display: 14″ (16:9) LED-backlit HD (1366×768) / FHD (1920×1200) / FHD IPS (1920×1200) 60Hz Anti-Glare 

  • Wi-Fi: เลือกได้ว่าจะใช้ Wi-Fi 5 (802.11 ac) / Wi-Fi 5 (802.11 ac (2×2)) / Wi-Fi 6 (802.11 ax (2×2)) ทั้งหมดมาพร้อมกับ Bluetooth 5.0

จะเห็นได้ว่าช่วงของสเป็คที่เราเลือกสั่งได้นั้นกว้างมาก เหมาะสำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องมีการสั่งซื้อเครื่อง Notebook จำนวนมากไปใช้งาน แต่ไม่อยากให้เกิดความแตกต่างเหลื่อมล้ำสำหรับพนักงานแต่ละคนนัก ก็สามารถสั่ง ASUS ExpertBook P2451FA ไปใช้ได้ แล้วเลือกปรับสเป็คให้เหมาะกับความต้องการในการทำงานของพนักงานแต่ละแผนกแต่ละคนได้เลย

ในส่วนของการเชื่อมต่อ ตามสไตล์ของเครื่องทำงานแบบ Mainstream ตัว ASUS ExpertBook P2451FA นี้ก็มาพร้อมกับ Interface ที่เยอะมากเพื่อให้รองรับการเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างอิสระ รองรับทั้งกาเรชื่อมต่อกับอุปกรณ์เดิมๆ ด้วย USB Type-A หรือจอ VGA ไปจนถึงอุปกรณ์ใหม่ๆ ด้วย USB-C ดังนี้

Credit: ASUS
  • 1 x COMBO audio jack

  • 1 x Type-C USB 3.2 (Gen 2) with display and power delivery support

  • 2 x Type-A USB 3.2 (Gen 1)

  • 1 x Type-A USB2.0

  • 1 x RJ45 LAN jack for LAN insert

  • 1 x HDMI

  • 1 x VGA

  • 1 x Fingerprint reader

  • 1 x AC adapter plug

  • 1 x micro SD card

มาถึงเรื่องของขนาดและน้ำหนัก ตัวเครื่องนี้มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วที่อยู่ในบอดี้ของเครื่องขนาด 13 นิ้วจากการใช้เทคโนโลยีจอแบบ NanoEdge ทำให้ขอบจอมีขนาดเล็กนั่นเอง อีกทั้งยังสามารถกางจอ 180 องศาได้ ซึ่งตัวเครื่องนี้ก็จะมีความหนาเท่ากับ Notebook ทั่วๆ ไปที่ขนาด 1.99 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักนั้นจะอยู่ที่ราวๆ 1.5 – 1.6 กิโลกรัมตามแต่ว่าจะเลือกติดตั้งอะไรลงไปบ้าง ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียวสำหรับเครื่องทำงานรุ่นเริ่มต้นครับ

คีย์บอร์ดที่ให้มากับเครื่องนี้ได้ออกแบบมาให้แป้นพิมพ์มีระยะการกดที่ลึกกำลังดีเพื่อให้มีสัมผัสที่ดีในการพิมพ์ และแต่ละปุ่มจะมีตัวหนังสือที่ค่อนข้างใหญ่เพื่อให้สะดวกต่อการมองหาปุ่มที่ต้องการสำหรับผู้ใช้งานทุกวัย ส่วน Touch Pad นั้นก็ยังคงมีให้ใช้อยู่ และมีตัวเลือกได้ว่าจะติดตั้ง SensePoint ตรงกลางคีย์บอร์ดเพื่อใช้ควบคุมเคอร์เซอร์บนจอเป็นอีกทางเลือกนอกเหนือจาก Touch Pad ก็ได้ครับ

ส่วนระบบปฏิบัติการ ASUS ExpertBook P2451FA นี้มีให้เลือกได้ตั้งแต่ Windows 10 Pro, Windows 10 Home และ Endless OS ซึ่งเป็น Linux Desktop ที่รองรับการทำงานและการใช้ในด้านการศึกษาเป็นหลักครับ และแบตเตอรี่ที่ให้มาทาง ASUS ก็ระบุว่าสามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 13 ชั่วโมง ก็ถือว่ากำลังดีครับ

สำหรับการรับประกัน ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับรับประกันซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี รับประกันทั่วโลก 3 ปี และ รับประกันอุบัติเหตุในปีแรก

สรุปได้ง่ายๆ ว่า ASUS ExpertBook P2451FA คือเครื่องที่ออกแบบมาโดยมี Hardware ที่เหมาะสมกับการใช้ทำงานทั่วๆ ไปมาครบแล้ว และเปิดให้เราเลือกปรับแต่งสเป็คเองได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมความทนทานที่สูง สำหรับใช้ในการทำงานสำหรับพนักงานและผู้บริหารทั้งองค์กรได้เลยครับ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ลองศึกษาข้อมูลได้ที่  https://www.asus.com/th/Laptops/ASUS-ExpertBook-P2451FA/ นะครับ ส่วนใครอยากจับของจริงก็ติดต่อทีมงาน ASUS ได้เลยครับ ในไทยมีเครื่องทดสอบแล้ว

แกะกล่อง ลองใช้ของจริง

มาถึงช่วงแกะกล่องกันแล้ว อันนี้การเปิดกล่องใช้งานก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษครับ ตัวกล่องขนาดเล็กดี เปิดมาก็จะเจอกับเครื่อง ASUS ExpertBook P2451FA อยู่แรกสุดเลย และมีช่องด้านข้างที่เก็บ Adapter ชาร์จไฟกับเมาส์ USB อยู่ครับ

สัมผัสแรกของตัวเครื่องก็ถือว่าดีทีเดียว ก่อนหน้านี้ทีมงาน TechTalkThai เคยรีวิว ASUS ExpertBook 1440 รุ่นของปีที่แล้วมาแล้ว ก็พบว่าใน ASUS ExpertBook P2451FA นี้มีการเปลี่ยนสัมผัสของตัววัสดุไปค่อนข้างเยอะครับ จากเดิมที่เป็นลายเส้นๆ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นผิวด้านๆ เรียบๆ แทน ก็ทำให้ดูพรีเมี่ยมไปอีกแบบ จับแล้วยังคงรู้สึกดีอยู่ครับ

ขนาดเครื่อง 13 นิ้ว จอ 14 นิ้ว กับน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม พอได้มาใช้จริงก็รู้สึกว่าไม่ได้หนักเกินไป แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าเบา จุดนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้ ASUS ExpertBook P2451FA ต่างจากรุ่นพรีเมี่ยมอย่าง ASUS ExpertBook B9450 ที่เคยรีวิวไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาครับ ถึงสเป็คจะไม่ได้ต่างกันมากในเชิงประสิทธิภาพ แต่เรื่องน้ำหนักเบาๆ นี่ต้องยกให้รุ่นพรีเมี่ยมเขาจริงๆ

ตัวเครื่องที่ได้มานี้ สเป็คคือ CPU Intel Core i5 10210U, RAM 8GB, SSD 512GB ครับ เปิดมาบูทเครื่องเร็วมาก ใช้งานได้เร็วคล่องมือไม่รู้สึกว่าช้าอะไร อัปเดต Windows 10 ได้อย่างรวดเร็วไม่เสียเวลา Install ด้วยพลังของ SSD แต่ถ้าซื้อใช้เองคิดว่าคงจะปรับเป็น Intel Core i7, RAM 16-32GB ไปเลยครับจะได้ใช้นานๆ ไม่ต้องกังวลว่าอนาคตมันจะช้าหรือเปล่าเวลาใช้งานหนักๆ

สำหรับข้อสังเกตที่น่าสนใจหลังจากลองใช้งานมีดังนี้ครับ

  • พอร์ตเยอะกำลังดี มีแบ่งให้ใช้งานด้านซ้ายด้านขวาสมดุล ทำให้สายไม่รกไปข้างใดข้างหนึ่งจนเกินไป

  • ระบบระบายความร้อนมีมาให้หลายทิศ ไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องร้อนเลย ลองเปิดคลิป 8K ก็แสดงผลได้แบบ GPU วิ่งเต็ม 100% และพัดลมทำงานเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนอะไรเป็นพิเศษครับ

  • Keyboard มีสัมผัสที่เบามาก พิมพ์ได้เรื่อยๆ ไม่เหนื่อยนิ้ว ปุ่มใหญ่กำลังดี ส่วน Touch Pad ก็ตอบสนองดีตามปกติของ ASUS ครับ

  • แบตใช้จริงก็ทนพอสมควร คิดว่าใช้งานแบบจริงจังก็น่าจะโอเคเลยครับ

  • กล้อง Web Cam มาพร้อมฝาปิดเหมือนเคย เหมาะกับคนที่ต้องประชุมจากที่บ้านแล้วต้องการจังหวะปิดกล้องชั่วคราว หรือปิดเอาไว้เพื่อที่เวลาเข้าห้องประชุมอะไรจะได้ไม่ถ่ายทอดวิดีโอของเราตอนที่ไม่พร้อม

  • ตัวระบบเสียงมี ASUS SonicMaster Technology มาให้ สามารถตั้งโปรไฟล์เพื่อให้การเล่นเสียงเหมาะกับสิ่งที่เรากำลังทำได้ เช่น ถ้าฟังเพลงก็อาจจะใช้โปรไฟล์แบบหนึ่ง หรือถ้าดูหนังก็อาจจะใช้โปรไฟล์อีกแบบหนึ่งได้ เป็นต้น

  • MyASUS ทำอะไรได้เยอะมาก สามารถเลือกตรวจสอบปัญหาเฉพาะเรื่องได้ ปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ในเครื่องนอกเหนือจากที่ทำได้บน Windows พอสมควร และดูทันสมัยกว่า Software จัดการเครื่องเบื้องต้นของบางค่ายมากทีเดียว

     

หลังจากลองใช้งานไปได้ซักพักนึงแล้วก็รู้สึกว่า ASUS ExpertBook P2451FA นี้จริงๆ แล้วใช้ได้ทั้งการทำงานและใช้ในชีวิตประจำวันส่วนตัวได้เลย เพราะนอกจากสเป็คแรงๆ สำหรับการทำงานแล้ว เครื่องนี้ยังเล่นวิดีโอ 4K ได้แบบสบายๆ และจริงๆ ก็เล่นวิดีโอ 8K ได้ด้วยซ้ำ แถมยังมีระบบเสียงที่ค่อนข้างดีมาให้ ซึ่งตรงนี้ก็เหมาะกับรูปแบบการทำงาน New Normal ที่เราต้องทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา และงานกับชีวิตส่วนตัวนั้นผสานกลืนกันเป็นหนึ่งเดียวจนแยกจากกันได้ยาก ดังนั้นการมีเครื่องคอมพิวเตอร์เดียวที่รองรับได้ทั้งการทำงานและความบันเทิงก็ถือว่าน่าจะตอบโจทย์หลายๆ คนครับ แต่เครื่องนี้ถ้าจะเอาไปเล่นเกมก็อาจเล่นได้จำกัดหน่อยเพราะไม่ได้มีการ์ดจอแยกมาให้

ตัวอย่างราคา

สำหรับราคาตัวอย่างของ ASUS ExpertBook P2451FA จะเริ่มต้นที่ 15,000 บาท ในรุ่น Core i3 ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามสเป็คที่เลือก, จำนวนเครื่องที่ซื้อ และปัจจัยอื่นๆ ได้ครับ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงาน ASUS เพื่อขอใบเสนอราคาได้เลย

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี
  • ปรับแต่งสเป็คได้หลากหลายยืดหยุ่นมาก เหมาะกับการสั่งเครื่องจำนวนมากๆ แล้วไปปรับสเป็คให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคน

  • สเป็คจัดเต็มแรงไม่แพ้ Notebook รุ่นพรีเมี่ยม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนอยากได้ Notebook ที่ CPU/RAM/SSD เยอะๆ ได้

  • บอดี้เครื่องสวยดี สุภาพสำหรับการทำงาน ใช้ได้ทั้งชายและหญิง

  • ใช้ได้ทั้งการทำงานและความบันเทิง เล่นวิดีโอได้ถึง 8K

  • MyASUS ทำอะไรได้หลายอย่างขึ้น น่าจะอำนวยความสะดวกในบางวาระได้ดี

ข้อเสีย
  • ถ้าต้องใช้แบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ตลอดอาจจะหนักไปเล็กน้อย แต่ถ้าใช้ในที่ทำงานเป็นหลักและแค่พกไปห้องประชุมหรือนานๆ ออกไปข้างนอกทีก็น่าจะกำลังดี

  • ลูกเล่นน้อยไปหน่อย แต่ก็เป็นปกติของ Commercial Notebook รุ่น Entry Level ที่เหมาะกับการซื้อใช้งานจำนวนมากๆ อยู่แล้ว

ติดต่อทีมงาน ASUS ประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าของ ASUS และต้องการข้อมูลรายละเอียดต่างๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.asus.com/th/commercial/

Check Also

Cisco เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Dashbase เสริมความสามารถ AppDynamics ติดตามวิเคราะห์ข้อมูล Real-Time Communication

Cisco ได้ออกมาเผยถึงเจตนาในการเข้าซื้อกิจการของ Dashbase ผู้พัฒนาโซลูชันวิเคราะห์ทราฟฟิกสำหรับระบบ Voice, Video และ Chat โดยเฉพาะ เพื่อนำความสามารถของ Dashbase ไปเสริมให้กับ Cisco AppDynamics โดยเฉพาะ

Cisco เผยแผนพัฒนา Co-Packaged Optics ความเร็ว 800Gbps ที่ประหยัดพลังงาน คาดพร้อมใช้งานได้ปี 2024

Cisco ได้ออกมาเผยถึงความร่วมมือกับ Inphi ในการพัฒนา Co-Packaged Optics (CPO) สำหรับใช้ใน Switch รุ่นที่รองรับความเร็ว 51.2Tbps ในอนาคตซึ่งจะมี Interface 800Gbps แบบ Pluggable โดยคาดว่าการพัฒนานี้จะแล้วเสร็จและพร้อมนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดได้ในปี 2024