ช่องโหว่ Stagefright บน Android นับร้อยล้านทั่วโลกยังไม่ตาย! นักวิจัยความปลอดภัย Bypass ระบบรักษาความปลอดภัยได้สำเร็จ

NorthBit กลุ่มนักวิจัยความปลอดภัยชาวอิสราเอลได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จในการโจมตีด้วยช่องโหว่บน Stagefright จากการ Bypass ระบบรักษาความปลอดภัยของ Android อย่าง ASLR ทำให้ปัจจุบัน Android รุ่น 2.2 – 4.0 และ 5.0 – 5.1 ยังคงถูกโจมตีได้อยู่ และตั้งชื่อวิธีการในโจมตีนี้ว่า Metaphor

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

สำหรับแนวทางในการโจมตีนี้ก็คือการส่งไฟล์ MP4 ที่ปรับแต่งเป็นอย่างดีเข้าไปยังเครื่อง Android เป้าหมายผ่านหน้าเว็บ และรอให้ไฟล์ MP4 นั้นทำการเจาะช่องโหว่ของ Mediaserver บน Android ให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยให้ JavaScript ทำการส่งข้อมูลของอุปกรณ์เป้าหมายปลายทางไปยัง Server ของผู้โจมตี และทำการส่ง MP4 ไฟล์ใหม่สำหรับใช้โจมตีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนโจมตีสำเร็จทั้งกระบวนการเป็นการทำ Remote Code Execution ได้ด้วยสิทธิ์ทุกระดับที่ต้องการ

ทางทีมนักวิจัยได้ประเมินตัวเลขรวมๆ ของ Android ที่มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีด้วยวิธีการนี้เอาไว้ถึงกว่า 275 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยผู้ที่ต้องการอ่านเอกสารฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่ https://www.exploit-db.com/docs/39527.pdf เลยครับ

หลังจากนี้ใครคิดจะซื้อ Android จะดูแค่ความเร็วกับความสวยไม่ได้แล้วนะครับ ต้องดูด้วยว่าจะรองรับ Firmware ล่าสุดเพื่อป้องกันช่องโหว่ลักษณะนี้ได้ไปอีกนานแค่ไหนด้วย

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/03/17/stagefright_aslr_bypass/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ