Airia ระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์จากผู้ร่วมก่อตั้ง สร้างรากฐานความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ AI ให้องค์กร

สตาร์ทอัพด้านความมั่นคงปลอดภัย Airia เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอที่จะสร้างเลเยอร์กำกับดูแลและการจัดการที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับเอเจนต์ AI หลังจากระดมทุนได้ 100 ล้านดอลลาร์จากแหล่งที่ไม่ปกติ เนื่องด้วยผู้ลงทุนเพียงรายเดียวคือ John Marshall ผู้ร่วมก่อตั้ง Airia ที่ลงเงินทันที 50 ล้านดอลลาร์ และให้คำมั่นว่าจะลงทุนเพิ่มอีก 50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยร่วมก่อตั้ง AirWatch สตาร์ทอัพด้านการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับองค์กรที่ถูก VMware ซื้อกิจการไปในปี 2014 ด้วยมูลค่า 1.54 พันล้านดอลลาร์

Credit: Airia

Marshall ยังเชื่อมั่นอย่างมากในศักยภาพของ Airia ซึ่งได้สร้างแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยรุ่นใหม่สำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงเอเจนต์ บริษัทกล่าวว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาการลดช่องโหว่ของโมเดล AI และเอเจนต์ พร้อมทั้งรักษาการควบคุมในระดับใหญ่ โดยไม่กระทบต่อการสร้างนวัตกรรม

Airia ระบุว่าสถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยของตนมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเอเจนต์ AI อัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำงานแทนมนุษย์ด้วยการกำกับดูแลเพียงเล็กน้อย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ Airia ได้พัฒนาเฟรมเวิร์กความมั่นคงปลอดภัยที่ไม่ขึ้นกับโมเดล ซึ่งให้องค์กรสามารถมองเห็นและควบคุมเอเจนต์ AI ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเอเจนต์ที่พัฒนาขึ้นเองหรือที่มาจากผู้ให้บริการรายอื่น แพลตฟอร์มนี้ยังรับประกันว่าเอเจนต์ AI จะรักษาการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเสมอ ผ่านการใช้มาตรการป้องกัน สิทธิ์ตามบทบาท และไฟร์วอลล์ AI

คุณสมบัติเด่นประกอบด้วย เครื่องมือเข้ารหัสข้อมูลที่รับรองว่าข้อมูลสำคัญที่ใช้โดยเอเจนต์ AI จะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย รวมถึงกลไกที่บังคับใช้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีระบบบันทึกการตรวจสอบ ที่ช่วยให้องค์กรติดตามการกระทำและกิจกรรมของเอเจนต์ AI ได้อย่างละเอียด

Marshall กล่าวว่า Airia กำลังแก้ปัญหาสำคัญให้กับองค์กรหลายร้อยแห่งที่เร่งรีบนำ AI มาใช้งาน แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคเดิม ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การปรับใช้ที่กระจัดกระจาย และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่ชัดเจน

“เราก่อตั้ง Airia เพื่อมอบเส้นทางที่ปลอดภัยและง่ายดายกว่าในการใช้งาน AI สำหรับองค์กร ซึ่งผสานการจัดการ การกำกับดูแล และความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ต้น” Marshall อธิบาย “ผมเชื่อมั่นในพันธกิจนี้อย่างมาก จนลงทุนด้วยเงินทุนของตัวเอง 100 ล้านดอลลาร์”

Airia จะใช้เงินทุนจาก Marshall เพื่อพัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์มและเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI โดยชี้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนของแพลตฟอร์มที่แข็งแรงและสร้างสรรค์เพื่อควบคุมระบบ AI ทั้งนี้ รายงานล่าสุดจาก Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2028 อย่างน้อย 15% ของการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงานประจำวันจะถูกทำโดยเอเจนต์ AI โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลที่องค์กรไม่สามารถปล่อยให้ตัดสินใจผิดพลาดได้

ความรับผิดชอบในการใช้เงินทุนนี้จะตกอยู่กับ Kevin Kiley ซีอีโอคนใหม่ของ Airia ซึ่งมารับตำแหน่งแทน Edward Nass ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนและอดีตซีอีโอ โดย Kiley เคยดำรงตำแหน่งประธานของบริษัท และจะต้องดูแลการขยายธุรกิจไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรมและตลาดโลก ขณะที่ Marshall จะขึ้นเป็นประธานบอร์ดเพื่อช่วยกำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์

“Airia ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วงเวลานี้ ด้วยความคล่องตัวแบบสตาร์ทอัพและทีมงานที่มีประสบการณ์ในการพาองค์กรระดับโลกผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เรากำลังช่วยให้องค์กรนำ AI ไปใช้งานได้อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมสร้างเลเยอร์การกำกับดูแลและการจัดการที่อุตสาหกรรมจะพึ่งพาไปอีกทศวรรษ” Kiley กล่าว

แม้ยังต้องติดตามว่า Airia จะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ แต่บริษัทก็มีแรงขับเคลื่อนมหาศาล แม้เพิ่งก่อตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และมีลูกค้าองค์กรกว่า 300 รายทั่วโลก พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานโดยมีพนักงานกว่า 150 คนในสำนักงานที่สิงคโปร์ ลอนดอน ดูไบ เมลเบิร์น โซเฟีย และบังกาลอร์

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/09/16/airia-raises-100m-co-founder-build-security-foundation-enterprise-ai/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก