Adidas เผยโฉมรองเท้าจากเครื่องปรินท์ 3D รุ่นใหม่ เตรียมวางขายปลายปีนี้

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ Adidas ได้เผยโฉมรองเท้ารุ่น Futurecraft 4D ที่ใช้เทคโนโลยีการปรินท์ 3D ผลิตพื้นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง และทนทาน มีแผนออกวางจำหน่ายจริง 5000 คู่ปลายปีนี้และมากกว่า 100,000 คู่ภายในปี 2018

Adidas Futurecraft 4D (Credit: Carbon)

โดยทั่วไปแล้ว รองเท้าสำหรับโอกาสต่างๆมักต้องการความหนาแน่นในพื้นรองเท้าในจุดต่างๆไม่เท่ากัน เช่นรองเท้าวิ่งอาจต้องการให้พื้นรองเท้าส่วนนิ้วเท้ามีความแข็งแรงกว่าส่วนอื่นๆ ผู้ผลิตรองเท้าจึงต้องทำการผลิตส่วนต่างๆตามความหนาแน่นแล้วนำมาประกอบกันภายหลัง การใช้เทคโนโลยี 3D printing ในการผลิตจึงจะทำให้ Adidas สามารถผลิตพื้นรองเท้าที่มีความหนาแน่นแต่ละจุดต่างกันแต่เป็นชิ้นเดียวกันชึ้นมาได้ ด้วยการปรับรูปทรงของ lattice เพื่อให้ได้ความหนาแน่นที่ต้องการตามจุดต่างๆ ซึ่งจะทำให้ปรับเปลี่ยนไปเป็นการผลิตพื้นรองเท้าสำหรับรุ่นอื่นๆง่ายขึ้นอีกด้วย

ภาพการเรียงตัว lattice เรซิ่นในพื้นรองเท้า (Credit: Carbon)

ก่อนหน้านี้ในปี 2016 Adidas เคยออกวางจำหน่ายรองเท้าที่ผลิตจาก 3D printer มาแล้วในราคาคู่ละ $333 เหรียญ แต่ก็ไม่สามารถวางขายให้ลูกค้าได้อย่างทั่วถึงเนื่องจากยังประสบปัญหาในการผลิตสินค้าปริมาณมากสู่ตลาด แต่ในคราวนี้ Adidas ร่วมมือกับ Carbon บริษัท 3D-printing จาก Silicon Valley ผู้สร้างเทคโนโลยีที่ทำให้การปรินท์ 3D เพื่อการผลิตขนาดใหญ่ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

Carbon ใช้เทคโนโลยีการปรินท์ 3D ที่เรียกว่า Digital Light Synthesis ซึ่งสามารปรินท์ได้เร็วกว่าเครื่องปรินท์อื่นๆในท้องตลาดถึง 10 เท่า และใช้เรซิ่นเหลวซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุในการปรินท์ 3D ทั่วไป โดยเทคโนโลยีนี้ใช้ลำแสงส่องจากภายใต้ถาดในการเปลี่ยนให้เรซิ่นเหลวเป็นของแข็ง ค่อยๆปรินท์วัตถุจากด้านบนลงล่างด้วยการยกส่วนที่แข็งแล้วออกตามภาพประกอบ

การปรินท์โดยใช้พลังงานแสงจากข้างใต้ถาดเรซิ่นเหลว (Credit: Carbon)

เมื่อทำการพิมพ์พื้นรองเท้าจากเครื่องพิมพ์ 3D แล้ว Adidas ก็จะนำพื้นนี้ไปประกอบกับตัวรองเท้าซึ่งเป็นผ้าตามการผลิตปกติ

การร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกในการใช้ 3D printer ในการผลิตรองเท้าระดับ mass production ซึ่งอาจจะกลายมาเป็นก้าวแรกของการผลิตรองเท้าแห่งโลกอนาคตเลยก็ว่าได้

 

ที่มา: https://techcrunch.com/2016/12/15/3didas/



Check Also

Maersk เผยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก NotPetya Ransomware นั้นอาจสูงถึง 10,000 ล้านบาท

ในช่วงที่ NotPetya Ransomware ระบาดอย่างรุนแรงนั้น Maersk หนึ่งในธุรกิจขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่งเองก็ได้ตกเป็นเหยื่อของ Ransomware ตัวนี้ และอาจสร้างความเสียหายถึง 300 ล้านเหรียญหรือราวๆ 10,500 ล้านบาทเลยทีเดียว

Microsoft เข้าซื้อกิจการ Cycle Computing ขยายตลาด High Performance Computing บน Cloud

Microsoft ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Cycle Computing ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Cloud Computing Orchestration สำหรับระบบ High Performance Computing (HPC) และ Big …