หนึ่งในเทคโนโลยีที่หลายธุรกิจองค์กรยังคงลงทุนต่อเนื่องท่ามกลางภาวะวิกฤตโรคระบาดที่กำลังเผชิญกันทั่วโลกนี้ก็คือ Robotic Process Automation หรือ RPA ที่จะช่วยเปลี่ยนการทำงานเอกสารในออฟฟิศให้เป็นอัตโนมัตินั่นเอง
แต่เมื่อ RPA ถูกใช้งานสักพักจะเริ่มพบกับข้อจำกัดว่า RPA เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับการทำงานเอกสารให้เป็นอัตโนมัติได้มากอย่างที่คาดหวังเทคโนโลยี RPA ต้องถูกนำมาทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI เป็นการมาสู่ AI-Driven หรือมาช่วยขับเคลื่อน RPA ให้ไปสู่อีกระดับหนึ่ง และบทความนี้เราก็จะพูดถึง 8 ความสามารถที่ RPA ต้องมี พร้อมการต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัวด้วยโซลูชันจาก IBM และ Fujitsu

เทคโนโลยี RPA แบบเดิม กับข้อจำกัดในการทำงานแบบอัตโนมัติ
มักเป็นที่รู้กันดีว่า RPA ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนงานด้านการป้อนข้อมูล, รวบรวมข้อมูล, ประมวลผลเบื้องต้น และทำงานระบบระหว่างหลาย Business Application เช่น SAP ERP, Salesforce CRM, email และ workflow ให้กลายเป็นอัตโนมัติได้
ทำให้พนักงานคนสำคัญในองค์กรที่เคยต้องเสียเวลาจัดการกับข้อมูล ด้วยการนำเข้า หรือค้นหา เปลี่ยนบทบาทจากที่ต้องทำงานเหล่านี้ด้วยตัวเอง ไปสู่การมี RPA เป็นผู้ช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนในเชิงรุกเพื่อสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี RPA เองนั้นมีข้อจำกัดการทำงานได้เฉพาะตามที่เราสร้างคำสั่งทิ้งไว้เป็นหลัก ไม่ใช่เทคโนโลยีที่มี Intelligent เพื่อทำงานที่ซับซ้อนอย่างเช่น การทำความเข้าใจเนื้อหาข้อความอีเมล, การอ่านตัวหนังสือที่ปรากฏในไฟล์รูปภาพ หรือการโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านระบบ Chat ได้โดยตรง
แนวทางการนำเทคโนโลยีใหม่ AI, OCR, Chatbot เข้ามาเสริมความสามารถให้กับ RPA เพื่อให้ทำงานอัตโนมัติได้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นนี้ได้ถูกเรียกว่า Extreme Automation โดย IBM พัฒนาระบบ RPA ที่ทำงานร่วมกับ AI, OCR, Chatbot เพื่อช่วยให้การทำงานเอกสารเป็นรูปแบบอัตโนมัติให้ได้มากที่สุด
IBM Robotic Process Automation as a Service with WDG Automation: บริการ AI-Driven RPA ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีในรูปแบบของ SaaS
หลังจากเดือนกรกฎาที่ผ่านมา IBM ได้ทำการเข้าซื้อกิจการของ WDG Automation ผู้พัฒนาบริการ RPA ทาง IBM ก็ได้พัฒนาระบบ RPA และ AI และนำเสนอบริการ AI-Driven RPA นี้ในรูปแบบของบริการ Software-as-a-Service ภายใต้ชื่อโซลูชัน IBM Robotic Process Automation as a Service with WDG Automation หรือ IBM RPA as a Service ซึ่งมีความสามารถหลักๆ ได้แก่
- Low-Code Editor สร้างและปรับแต่งการทำงานของ RPA ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม จะเป็นฝ่ายการเงิน บัญชี การตลาด เซลล์ หรือบริการหลังการขายก็ทำได้เอง
- Unattended Bot ใช้ RPA สร้าง Bot สำหรับทำงานที่ได้รับมอบหมายไว้ตามตารางโดยอัตโนมัติ หมดปัญหาการคอยสั่งงาน
- Attended Bot ใช้ RPA สร้าง Bot ให้เป็นผู้ช่วยที่พร้อมตลอดเวลา โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ตามที่ต้องการ
- Credential Vault ระบบสำหรับจัดเก็บ Username/Password ให้ปลอดภัยด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับระดับสถาบันทางการเงินและหน่วยงานความมั่นคง
- Intelligent Virtual Agent Chatbot เชื่อมต่อบริการ Chat ที่มีอยู่เดิมเข้ากับ RPA เพื่อทำการรวบรวมข้อมูลและตอบข้อมูล ในChat ได้โดยอัตโนมัติ ได้แม้ระบบเหล่านั้นจะไม่มี API ให้เรียกใช้งาน
- Optical Character Recognition (OCR) จะเป็นเอกสาร Invoice , PO, PR, เอกสารสัญญาภาษา หรือรูปภาพอะไรก็อ่านได้
- Dashboard มองเห็นและวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของ Bot ได้จากที่เดียว เปิดดูจากที่ไหนก็ได้
- SaaS พร้อมให้ธุรกิจใช้งานได้ทันที อยากจะเพิ่ม Bot ขยายได้ไม่จำกัด และไม่วุ่นวายกับการดูแล IT Infrastructure เอง
ด้วยความสามารถเหล่านี้จะทำให้ทุกธุรกิจสามารถนำ IBM RPA as a Service ไปใช้สำหรับแค่งานทั่วๆ ไปแต่สามารถทำให้ RPA สามารถทำงานที่มีความซับซ้อนสูงที่มาพร้อม AI, Chatbot และ OCR ได้ทันที ผู้ใช้ทุกคนสามารถสร้าง Bot ขึ้นมาได้ตามต้องการด้วย Low-Code Editor และ Bot ทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาด้วยระบบ IBM RPA as a Service
สำหรับกรณีการใช้งานนั้นก็มีด้วยกันหลากหลาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
- Paperless Back Office สร้าง Unattended Bot ขึ้นมาเพื่อทำงานจัดการข้อมูล เช่น การรวบรวมข้อมูล, การออกรายงาน, การลงทะเบียนข้อมูลใหม่, การจัดการคำสั่งซื้อ, การคำนวณเงินเดือน และอื่นๆ อีกมากมายที่เคยต้องให้พนักงานทำหรือใช้ Excel คำนวณและป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
- Document Processing การสร้าง Bot ที่สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารได้ด้วยตนเองและนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ใน Automation Workflow ที่ต้องการต่อเนื่องได้ทันที เช่น วิเคราะห์ว่าเป็นเอกสารประเภทใดเพื่อนำเอกสารเหล่านี้ไปประมวลผลต่อให้ถูกแผนก เป็นต้น
- Front-Office Support สร้าง Attended Bot เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วว่องไวยิ่งขึ้น เช่น การหาประวัติลูกค้าย้อนหลัง การรวบรวมอีเมล
- Self-Service with Virtual Agents สร้างระบบ Chatbot ที่ผสานข้อมูลและระบบต่างๆ ด้วย RPA เพื่อตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติผ่านระบบ Chat application ต่างๆของธุรกิจ
- IT Management สร้าง Bot ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้ฝ่าย IT สามารถจัดการกับงานได้แบบอัตโนมัติ เช่น การจัดการกับข้อมูลของฝ่าย Help Desk, การจัดการกับ Service Request, การสร้าง Automation Workflow เพื่อแก้ไขการตั้งค่าหรือกำหนดสิทธิ์ให้ครอบคลุมหลายระบบได้ในการสั่งการครั้งเดียว เป็นต้น
แน่นอนว่าในการขึ้นระบบ RPA นั้น เพียงแค่มีเทคโนโลยีที่ดีนั้นย่อมไม่เพียงพอ แต่ต้องมีทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้วย ซึ่งในกรณีนี้ Fujitsu ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ IBM มาอย่างยาวนาน ก็สามารถนำเสนอบริการในส่วนนี้จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและช่วยวางระบบ RPA ให้กับธุรกิจองค์กรมาอย่างหลากหลาย
ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ IBM RPA as a Service สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/products/robotic-process-automation
พลิกธุรกิจองค์กรสู่การทำงานแบบอัตโนมัติทั้งหมด ด้วย IBM RPA และ IBM Cloud Pak for Automation
ในภาพใหญ่ของการปรับธุรกิจสู่ระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์นั้น RPA เป็นเพียงเทคโนโลยีส่วนหนึ่งสำหรับใช้ปรับกระบวนการทำงานบางส่วนให้เป็นอัตโนมัติได้เท่านั้น ในขณะที่ธุรกิจองค์กรหลายแห่งเองก็ยังคงมีบางระบบหรือบางกระบวนการที่อาจจะยังไม่ได้มี Business Application ให้ใช้งาน ดังนั้น RPA จึงไม่อาจแปลงงานเหล่านี้ให้เป็นอัตโนมัติได้

IBM เข้าใจและได้เห็นปัญหาดังกล่าว และมองว่าการทำงานให้เป็นอัตโนมัติได้ทุกภาคส่วนขององค์กร คือการ Digitization ทั้งหมด IBM ได้สร้างระบบ IBM Cloud Pak for Automation ขึ้นมา เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถเปลี่ยนทุกการทำงานให้เป็นดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย
การจะทำให้เป็น Digitization ได้ทั้งหมดจะแบ่งส่วนของระบบออกเป็น 5 ส่วนได้แก่
- Capture ทำการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากเอกสารรูปภาพและวิดีโอ และนำไปใช้ในการทำงานได้ โดยมี AI ช่วยวิเคราะห์ทำความเข้าใจข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงและปริมาณมากได้
- Content นำข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่มาแสดงผลในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ หรือใช้สร้าง Business Application สำหรับกระบวนการทำงานที่ต้องการได้ และมี AI คอยทำความเข้าใจเนื้อหาเพื่อทำการวิเคราะห์และสื่อสารกับผู้ใช้งานเพื่อช่วยให้ทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Decisions เปิดให้ผู้ใช้งานทำการกำหนดการตัดสินใจทางธุรกิจโดยอัตโนมัติเข้าไปในระบบได้ และยังสามารถผสานระบบ AI เพื่อปรับปรุงกฎเหล่านั้นให้มีความแม่นยำครอบคลุมกรณีต่างๆ ได้มากขึ้น
- Workflow ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและสร้าง Workflow การทำงานแบบอัตโนมัติอย่างครบวงจรได้ด้วยตนเอง
- Tasks ผสานระบบเข้ากับ RPA เพื่อปรับงานที่พนักงานแต่ละคนเคยต้องทำด้วยตนเอง ให้กลายเป็นอัตโนมัติได้ในตัว
จะเห็นได้ว่า IBM Cloud Pak for Automation นี้จะครอบคลุมการทำ Automation ทั้งในส่วนของ Business Process และ Task อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือ Low-Code ที่สามารถใช้พัฒนา Business Application ขึ้นมาตอบโจทย์การทำ Digitization ให้กับส่วนต่างๆ ของธุรกิจ และผสานรวมระบบให้สามารถต่อยอดสู่การทำ Automation แบบครบวงจรได้นั่นเอง
ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Cloud Pak for Automation สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-automation
สนใจโซลูชันด้านระบบ Business Automation ติดต่อ Fujitsu ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีสำหรับใช้เสริมให้ธุรกิจทำงานได้แบบเป็นอัตโนมัติมากขึ้น สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษากับทีมงาน Fujitsu ได้ทันทีที่อีเมล info.th@fujitsu.com หรือโทร 02-302-1737
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






