Breaking News

5 ข้อที่ฉุดรั้งให้เครือข่ายไร้สายของคุณช้าลง

เครือข่ายไร้สายมักพบความไม่สเถียรของสัญญาณเนื่องจากมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบซ่อนอยู่ค่อนข้างมาก วันนี้ทางทีมงานเราได้พบกับบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัจจัยที่เป็นตัวฉุดรั้งให้เครือข่ายไร้สายนั้นแสดงประสิทธิภาพได้ช้าลงกว่าที่ควรจะเป็นอย่างคาดไม่ถึง จึงเรียบเรียงและนำเสนอให้ผู้อ่านได้นำไปประกอบการใช้งานกันต่อไป

credit : draytek.com

1. ใช้โปรโตคอลความมั่นคงปลอดภัยแบบเก่า

ปัจจุบันนี้ Access Point ตามท้องตลาดสามารถรับมาตรฐานการใช้งานใหม่ๆ เช่น

  • 802.11ac ที่รองรับการส่งข้อมูลได้สูงกว่า 1 Gbps ทีเดียวแต่หากคุณเลือกใช้โปรโตคอลอย่าง WEP หรือ WPA อยู่ละก็ ความเร็วนั้นจะถูกจำกัดแค่ 54 Mbps เท่านั้นเนื่องจากข้อจำกัดของโปรโตคอลการเข้ารหัส Temperal Key Integrity Protocol (TKIP) ดังนั้นพยายามไปใช้ WPA2-AES แทน WPA/WPA-2 mixed mode หรือ WPA-TKIP
  • หากฝั่ง Client ไม่สามารถรับ WPA-AES ได้ลองหา Firmware ดูก่อนว่าจะอัปเกรตช่วยได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ลองมองหาการ์ด Wi-Fi ภายนอกที่สามารถใช้ผ่าน USB หรือ PCI Slot มาเสียบเพิ่มได้ นอกจากนี้ถ้าไม่ได้จริงๆ ลองหา Wireless Bridge มาใช้ก็ดีนะ
  • แยก SSID เพื่อแบ่งการใช้งานระหว่างอุปกรณ์เก่าและใหม่ที่รับโปรโตคอลได้ไม่เหมือนกัน

2. ใช้ย่านความถี่ 5GHz ได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร

  • คุณรู้หรือไม่ว่าเครือข่าย 2.4 GHz นั้นมี 11 ช่องสัญญาณแต่จะแบ่งการใช้งานไม่ให้รบกวนกันได้เพียง 3 ช่องสัญญาณในความกว้างของช่องสัญญาณ 20 MHz เท่านั้นถ้าหากใช้ความกว้าง 40 MHz จะเหลือเพียงช่องเดียว เทียบกับเครือข่าย 5 GHz นั้นมีถึง 24 ช่องสัญญาณสามารถแบ่งการใช้งานในความกว้าง 40 MHz ได้ถึง 12 ช่องสัญญาณซึ่งลดโอกาสการรบกวนกันได้อย่างมาก
  • ในฝั่ง Client พยายามเลือกใช้งานความถี่ย่าน 5 GHz เพื่อได้รับความเร็วในการใช้งานสูงขึ้น หากเป็นผู้ที่สามารถควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ก็พยายามเลือกอุปกรณ์ที่รองรับ 5 GHz รวมถึงเปิดใช้งานฟังก์ชัน Band Steering เพื่อให้อุปกรณ์ที่สามารถรองรับ Dual-band เข้าใช้ความถี่ย่าน 5 GHz ได้

3.  ตั้งค่าช่องสัญญาณผิดพลาด

  • หากคุณกำลังใช้สัญญาณความถี่ย่าน 2.4 GHz อยู่อย่าลืมว่าช่องที่สัญญาณที่เหมาะสมคือ 1,6 และ 11 ขนาดความกว้างของช่องสัญญาณคือ 20 MHz ดังนั้นพยายามอย่าปรับเป็นฟีเจอร์เลือกอัตโนมัติหรือต้องตรวจสอบให้ดีอย่าเพิ่งไว้วางใจเพื่อให้มั่นใจว่าจัดช่องสัญญาณได้ดีจริงๆ
  • ลองเอา Floor Plan มาตรวจสอบร่วมกับการตั้งช่องสัญญาณด้วยว่ามีการใช้งานทับกันหรือเปล่า รวมถึงพิจารณาสัญญาณรบกวนในแนวดิ่งระหว่างชั้นของอาคารด้วย
  • ถ้ามี AP มากกว่า 3 ตัวสามารถใช้ช่องสัญญาณซ้ำได้ เช่น 1,6,11,1,6,11 แต่ต้องดูระยะห่างให้ดีว่าอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณมารบกวนกันแค่ไหน

4.  ปล่อยให้ใช้งานแม้สัญญาณอ่อน

ควรปิดการใช้งานเครือข่ายด้วยความเร็วระดับต่ำเพื่อไม่ให้มีผู้ใช้งานการเชื่อมต่อย่ำแย่ไปฉุดประสิทธิภาพโดยรวม เพื่อให้เกิดการ Roaming ผู้ใช้ไปยัง AP ที่ให้สัญญาณดีกว่านี้ ทั่วไปแล้วควรจะปิดการเชื่อมต่อที่มีสัญญาณต่ำ 1-12 Mbps ทิ้งเสียเลย แต่ถ้ามี Coverage Area ครอบคลุมมากพอก็สามารถตัดการเชื่อมต่อที่ 1-54 Mbps ได้เลย

5. ขาดการออกแบบที่ดี

แน่นอนหากปราศจากการทำสำรวจไซต์ก่อนติดตั้งอย่างมืออาชีพแล้วผลลัพธ์ย่อมออกมาไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นควรทำการสำรวจทั้งก่อนและหลังการติดตั้งอุปกรณ์ว่าคุณภาพสัญญาณป็นอย่างไร โดยขอแนะนำเครื่องมือที่ใช้ช่วยออกแบบแผนที่ของไซต์ว่าควรวางอุปกรณ์ที่ไหนอย่าง Airmagnet หรือ Ekahua เป็นต้น เครื่องมือสำรวจจะเข้ามาช่วยเหลือการเลือกใช้ช่องสัญญาณให้เหมาะสม อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการ Coverage รวมถึง Throughput และปริมาณของผู้ใช้งาน

ที่มา :https://www.networkworld.com/article/3256026/lan-wan/5-things-that-will-slow-your-wi-fi-network.html


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เปิดตัว Huawei Tiangang ชิปหลักสำหรับ 5G Base Station รองรับทั้งย่าน C band, 3.5G และ 2.6G

Huawei ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Core Chip สำหรับ 5G Base Station รุ่นแรกของโลกภายใต้ชื่อ Huawei Tiangang เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบโครงข่าย 5G ที่ปัจจุบัน Huawei ได้ชนะสัญญามาแล้วกว่า 30 โครงการ และติดตั้ง 5G Base Station ไปแล้วกว่า 25,000 แห่งทั่วโลก

Super Bowl 53 ทำลายสถิติ ใช้ Wi-Fi สูงถึง 24TB ต่อวัน ช่วงพีคใช้เครือข่าย 13.06Gbps

การแข่ง Super Bowl 53 ที่สนามกีฬา Atlanta Mercedes-Benz Stadium ได้ทำลายสถิติการใช้ Wi-Fi สูงสุดต่อวัน ด้วยปริมาณ Traffic ที่สูงถึง 24.05TB เลยทีเดียว ซึ่งปริมาณการใช้ Wi-Fi ในครั้งนี้ได้แซงหน้า Super Bowl 52 เมื่อปีที่แล้วที่มีการใช้งาน Wi-Fi ในวันเดียวอยู่ที่ 16.31TB ไปเกือบ 50% โดยใน Super Bowl 53 ครั้งนี้มีสถิติการใช้งาน Wi-Fi ที่น่าสนใจดังนี้