Breaking News

4 แนวทางในการบริหารจัดการ Operation ของฝ่าย IT ให้ดีขึ้น

ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้ระบบ Data Center สามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ามากขึ้นอย่าง Virtualization และ Cloud ก็ตาม สิ่งที่เป็นผลต่อเนื่องมาก็คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Data Center หลายๆ แห่งจนมีขนาดใหญ่มากขึ้น, มีระบบงานใหญ่มากขึ้น, มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น และมีภาระหน้าที่ให้ผู้ดูแลระบบต้องทำมากขึ้น จนเกิดเป็นความซับซ้อนในระดับที่แก้ไขปัญหาได้ยากยิ่งกว่าก่อนในที่สุด VMware จึงมีข้อแนะนำในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ Operation ต่างๆ ใน Data Center ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้สามารถถูกบริหารจัดการ และวางแผนการลงทุนในอนาคตได้ดีขึ้นดังนี้

techtalkthai_virtualization

1. มีระบบที่สามารถตรวจสอบและบริหารจัดการทั้ง Data Center ได้จากศูนย์กลาง

ระบบบริหารจัดการแบบเดิมๆ มักจะแยกการตรวจสอบและบริหารจัดการออกเป็นส่วนๆ ทำให้ผู้ดูแลระบบไม่สามารถมองเห็นภาพรวม และติดตามปัญหาต่างๆ อย่างรวดเร็วได้ การบริหารจัดการ Data Center ที่ดีไปจนถึงการบริหารจัดการระบบ Hybrid Cloud จึงควรจะมีระบบที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดทาง IT ไม่ว่าจะเป็น KPI, Metric, Event และ Log และนำมา Correlate กันเพื่อให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจการทำงานร่วมกันของแต่ละส่วนในระบบได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

 

2. มีระบบบังคับใช้นโยบายให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมระบบแนะนำวิธีทางในการแก้ไข

ยิ่งระบบ Data Center มีขนาดใหญ่ขึ้น การจัดการให้ทุกองค์ประกอบของ Data Center และการทำงานของผู้ดูแลระบบทุกคนถูกต้องตามนโยบายและมาตรฐานที่ต้องการจึงกลายเป็นเรื่องยาก การมีระบบเพื่อคอยบังคับใช้นโยบายเหล่านี้โดยอัตโนมัติ พร้อมมีการแนะนำการปรับปรุงระบบให้ตรงตามมาตรฐานต่างๆ ได้จึงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบหรือวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ มากนัก ในขณะที่ผู้ดูแลระบบก็ยังมีความยืดหยุ่นในการทำงาน และสิทธิ์ในการจัดการระบบต่างๆ อยู่

 

3. มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time

ระบบ Real-time Data Analysis จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบปัญหาต่างๆ และหาหนทางการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดได้ดี รวมถึงยังทำให้ผู้ดูแลระบบมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในแต่ละครั้งได้อย่างเพียงพอ และใช้เวลาน้อยลงอีกด้วย ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถทุ่มเทเวลาที่เหลือในงานอื่นๆ ที่สำคัญกว่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้ เช่น การปรับปรุงระบบ Website ที่เป็นหัวใจหลักและช่องทางในการสร้างรายได้ขององค์กรให้ดีขึ้น เป็นต้น

 

4. มีระบบวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต

ในระบบ Data Center ที่มีความซับซ้อนสูงอย่างเช่น Cloud Data Center นั้น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถทำนายแนวโน้มได้เช่นระบบ Predictive Analytics นั้นจะช่วยทำนายปัญหาที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะส่งผลร้ายต่อธุรกิจ โดยกระบวนการทางสถิติชั้นสูงที่เป็นที่นิยมในระบบทำนายแนวโน้มเหล่านี้ก็สามารถทำนายแนวโน้มเหล่านี้ได้อย่างน่าเชื่อถือ ด้วยการวิเคราะห์และค้นหาข้อมูลหรือแนวโน้มที่มีประโยชน์จากทั้ง Structured Data และ Unstructured Data ก็จะทำให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นแนวโน้มต่างๆ ทางด้านประสิทธิภาพและ Resource ทั้งหมดที่มีการใช้งาน รวมถึงทำนายการเติบโตในอนาคตด้วย โดยนอกจากจะช่วยดูแลประเด็นทางด้านประสิทธิภาพ และ Service Level ของระบบงานต่างๆ ได้แล้ว Predictive Analytics ยังสามารถช่วยแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการปรับแต่งให้ระบบทำงานได้คุ้มค่า ด้วย Resource ในระดับที่เหมาะสมได้อีกด้วย

 

สำหรับทาง VMware เองนั้นก็มีระบบ vRealize Suite ที่ครอบคลุมทุกความสามารถเหล่านี้ สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.vmware.com/products/vrealize-suite/

 

ที่มา: http://blogs.vmware.com/management/2015/08/achieve-intelligent-operations-real-time-data-analysis.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

VMware เปิดตัว nanoEDGE ใช้ VMware vSAN HCI ติดตั้งบน Edge Server ขนาดเล็ก รองรับ 25-50VM

Edge Computing นั้นได้กลายเป็น Workload หนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของ Digital Transformation นี้ และทาง VMware เองก็ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน nanoEDGE ขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถมี Edge Data Center ขนาดเล็กมากๆ ที่สามารถติดตั้ง VMware vSAN ในตัวได้ เพื่อรองรับการประมวลผลอย่างทนทาน

Red Hat OpenStack Platform 15 ออกแล้ว เน้นเสริม Security และรองรับ Cloud-Native มากขึ้น

Red Hat ได้ออกมาประกาศให้ Red Hat OpenStack Platform 15 เข้าสู่สถานะ General Availability แล้ว โดยต่อยอดมาจาก OpenStack Stein เพื่อรองรับการสร้าง Private Cloud บน Red Hat Enterprise Linux 8 ด้วยความสามารถใหม่ๆ ดังนี้