10 ข้อควรรู้ในการใช้ชีวิตออนไลน์อย่างปลอดภัย

mcafee_logo

วันนี้ทีมงาน TechTalkThai ขอนำเสนอทิปง่ายๆ ที่ช่วยให้รู้เท่าทันเทคนิคใหม่ๆของผู้ไม่ประสงค์ดี ไม่ว่าจะเป็นพวกแฮ็คเกอร์ หรือนักต้มตุ๋นหลอกลวงทั้งหลาย รวมทั้งแนะนำวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงความบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกคนสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวลกันนะครับ

1. รู้จักแฮ็คเกอร์ พยายามอ่านบทความ ติดตามข่าวสาร IT ใหม่ๆตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันนี้มีให้ติดตามหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Thai Cert, Blognone, Daily Gizmo หรือแม้แต่เว็บไซต์ดีๆอย่าง www.techtalkthai.com เอง ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการต้มตุ๋น หลอกลวงใหม่ๆ รวมทั้งวิธีการหลีกเลี่ยงกลวิธีเหล่านั้นได้

2. คิดก่อนกด อย่ากดลิงค์ใดๆที่ส่งมาจากคนที่คุณไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นบน Email, Facebook หรือช่องทาง Chat ต่างๆ ลิงค์เหล่านี้อาจนำไปสู้เว็บไซต์ที่หลอกล่อให้คุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือดาวน์โหลดมัลแวร์ไปติดตั้งไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ โดยเฉพาะอีเมลล์ ควรสังเกตอีเมลล์ผู้ส่งให้ดีว่าเป็นคนที่คุณรู้จักจริงหรือไม่ เนื่องจากแฮ็คเกอร์อาจปลอมอีเมลล์ให้คล้ายคลึงกับคนที่คุณรู้จักก็ได้

 3. อ่านให้ดีๆ ระมัดระวังเว็บไซต์ปลอมต่างๆ เว็บไซต์เหล่านี้มักมีชื่อเว็บไซต์หรือ URL ใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของจริง แต่อาจมีการสะกดผิดไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งถ้าเจอเว็บไซต์ที่มีการสอบถามข้อมูลส่วนตัวเมื่อไหร่ ให้ลองกลับไปดูที่ URL อีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าถูกต้องเว็บไซต์ และตรวจสอบให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ไม่ถามข้อมูลที่ไม่ควรจะถาม คุณอาจจะลองใช้งาน McAfee SiteAdvisor ซอฟต์แวร์ฟรีที่ช่วยตรวจสอบและป้องกันคุณจากพวกเว็บไซต์อันตรายหรือ Web Phishing ทั้งหลายก็ได้

10_tips_stay_safe_3

4. ช็อบปิ้งให้ปลอดภัย อย่าซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ HTTPS และไม่มีรูปแม่กุญแจอยู่ฝั่งซ้ายหรือขวามือของ URL โดยเด็ดขาด รวมทั้งป้องกันตัวคุณเองโดยการใช้บัตรเครดิตในการซื้อของแทนที่จะใช้บัตรเดบิต เนื่องจากบริษัทบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะคืนเงินให้เมื่อคุณเผลอถูกหลอก

10_tips_stay_safe_4

5. ตั้งรหัสผ่านให้แข็งแกร่ง หลีกเลี่ยงการตั้งรหัสผ่านง่ายๆ เช่น “password” หรือ “123456” และเพิ่มความแข็งแกร่งให้รหัสผ่านโดยการใส่อักษรพิมพ์ใหญ่, อักขระพิเศษ และตัวเลขลงไปด้วย เช่น “T3chta|kth@!” หรือสร้างข้อความสั้นๆที่สามารถจำได้ง่ายๆ เช่น “orange eagle key shoe” (ดูคำแนะนำการตั้งรหัสผ่านได้ที่ https://www.techtalkthai.com/stanford-university-password-policy/)

10_tips_stay_safe_5

6. ปกป้องข้อมูลส่วนตัว สำรองข้อมูลบนเครื่องของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เนื่องด้วยถ้าเกิดกรณีอุปกรณ์สูญหาย, มีปัญหา หรือถูกขโมย สามารถย้อนข้อมูลกลับคืนมาได้ รวมทั้งตรวจสอบ Statement การเงินต่างๆไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต, Amazon, eBay อย่างสม่ำเสมอ

7. ดูแล Wi-Fi ของตน ป้องกันระบบเครือข่ายของตนโดยเปลี่ยนการตั้งค่าเริ่มต้นต่างๆให้แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน admin, หมายเลข IP ที่ใช้ (ส่วนใหญ่จะเป็น 192.168.1.xxx), รหัสผ่านในการเชื่อมต่อ Wi-Fi รวมถึงตั้งค่าการเข้ารหัสแบบ WPA2-AES เสมอ

8. ติดตั้งไฟร์วอลล์ ไฟร์วอลล์เป็นเกราะป้องกันที่ยอดเยี่ยมสำหรับรับมือกับอาชกรรมบนโลกไซเบอร์ ถึงแม้ว่าหลายๆ OS จะมีไฟร์วอลล์ติดตั้งมาให้อยู่แล้ว แต่ไฟร์วอลล์เหล่านั้นส่วนใหญ่มักทำงานได้ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง แนะนำให้ติดตั้งไฟร์วอลล์อื่นเพิ่มเติม เช่น McAfee LiveSafe™ เป็นต้น

9. อัพเดทอุปกรณ์สม่ำเสมอ ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ควรตั้งให้อัพเดทโดยอัตโนมัติเมื่อมีแพทช์ใหม่ออกมา เนื่องจากแพทช์เหล่านี้จะช่วยอุดช่องโหว่และแก้ไขบั๊คต่างๆภายในเครื่องของคุณ รวมถึงโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็ควรตั้งค่าให้อัพเดทฐานข้อมูลสม่ำเสมอและตรวจสอบไวรัสบนคอมพิวเตอร์อย่างน้อยทุกๆสองสัปดาห์

10. ใช้หัวสักนิด คุณไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ ก็รู้ได้ว่าเป็นเรื่องไม่ฉลาดเลยที่จะเปิดไฟล์หรือกดลิงค์ “Claim Your Reward!” เพียงแค่ใช้ Common sense ในขณะที่เล่นอินเตอร์เน็ตก็ช่วยป้องกันคุณจากแฮ็คเกอร์ผู้หิวโหยได้แล้ว

10_tips_stay_safe_10


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …