1-TO-ALL ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 จาก ACIS Professional Center

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2025 บริษัท วัน-ทู-ออล จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 จากบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้ตรวจประเมินที่ได้รับอนุญาตจากสถาบัน PCI Security Standards Council (PCI SSC) โดยเป็นการรับรองมาตรฐาน PCI DSS เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมขององค์กรในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บ และการส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินและข้อมูลบัตรชำระเงิน (ข้อมูลบัตรเครดิต และบัตรเดบิต) ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

ในโอกาสนี้ อาจารย์ปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และประธานกรรมการบริหารของบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด เป็นตัวแทนเข้าร่วมแสดงความยินดีกับ บริษัท วัน-ทู-ออล จำกัด โดยมีผู้บริหารระดับสูง เป็นตัวแทนการเข้าร่วมแสดงความยินดี อาทิ คุณวสวัส นนท์โสภา (CEO), คุณพรพิมล นนท์โสภา (CFO), คุณปริญญา สหพัฒน์สมบัติ (COO) และคุณขจรศักดิ์ พุฒิสวัสดิกุล (CTO)

ทั้งนี้ ในงาน อาจารย์ปริญญา หอมอเนก ได้กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI DSS ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่มีความเข้มงวดในการป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูล ข้อมูลบัตรชำระเงินที่ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญสูงในเชิงธุรกิจของลูกค้าบริษัท วัน-ทู-ออล จำกัด

มาตรฐาน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) Version 4.0.1 คือข้อกำหนดที่ออกแบบโดย PCI SSC เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน (บัตรเครดิต และบัตรเดบิต) จากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การถูกจารกรรม หรือถูกดักจับข้อมูล สำหรับประมวลผลข้อมูลบัตรเครดิต มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันการละเมิดข้อมูลจากภัยคุกคามไซเบอร์ โดยประกอบด้วยข้อกำหนดที่ครอบคลุมทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย การปกป้องข้อมูล การบริหารช่องโหว่ การเข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวัง การทดสอบระบบ  และการจัดการความมั่นคงปลอดภัยให้สอดคล้องกับนโยบาย

ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI DSS Version 4.0.1 มีดังนี้:

1. ปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญ

PCI DSS ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลที่อ่อนไว เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน อาจทำให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกแฮ็คหรือถูกจารกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของลูกค้า  ชื่อเสียงขององค์กร และไม่สอดคล้องกับกฎหมาย

2. ป้องกันการละเมิดความปลอดภัย

การละเมิดข้อมูลอาจเกิดจากช่องโหว่ในระบบ การโจมตีจากภายนอก หรือการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรฐาน PCI DSS ช่วยให้การป้องกันเหล่านี้มีประสิทธิภาพผ่านข้อกำหนดต่างๆ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การตรวจสอบการเข้าถึง การสร้างระบบเครือข่ายที่ปลอดภัย และการตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ

3. ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและการฟ้องร้อง

การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI DSS อาจทำให้ธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการละเมิดข้อมูล รวมถึงการฟ้องร้องจากลูกค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ และการสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า

4. ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและสัญญาทางธุรกิจ

หลายธุรกิจจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI DSS เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายหรือข้อตกลงกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและประมวลผลข้อมูลบัตรชำระเงิน

5. สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

การแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าองค์กรของคุณมีการปกป้องข้อมูลที่อ่อนไหวตามมาตรฐาน PCI DSS จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความภักดีจากลูกค้า ว่าข้อมูลจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย

ดังนั้น การได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Version 4.0.1 ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการปกป้องข้อมูลที่สำคัญ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์