เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ทาง Opsta ร่วมกับ TechTalkThai ได้จัดงาน Online Meetup ครั้งแรกของปี 2026 ในหัวข้อ “DevSecOps Meetup 2026 : Introduction to Platform Engineering” ซึ่งถือเป็นการคิกออฟแคมเปญ Platform Engineering Series ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้

ในเซสชันแรกของปี คุณเดียร์ จิรายุส นิ่มแสง (CEO, Opsta) ชวนมาเจาะลึกแนวคิดที่กำลังเปลี่ยนโลกของการทำ Enterprise Platform Infrastructure และ Software Development อย่าง Platform Engineering เพื่อช่วยให้องค์กรก้าวข้ามปัญหาคอขวดของการทำ DevOps และ DevSecOps แบบเดิม ๆ
สำหรับท่านที่พลาดงานครั้งนี้ ทีมงานได้สรุปประเด็นสำคัญแบบเจาะลึก เพื่อให้ชาว Dev, DevOps และ IT Management ได้มีความรู้พื้นฐานเตรียมพร้อมสำหรับ Online Meetup ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 14:00 – 15:30 น. สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้จากทุกช่องทางของ TechTalkThai และ Opsta
“พลิกโฉมองค์กรสู่ยุค Platform Engineering และพลังแห่ง Golden Path”
วิกฤตของ DevOps ยุคปัจจุบัน กับดัก “Cognitive Load”
คุณเดียร์ เริ่มต้นด้วยการฉายภาพปัญหาของการทำ DevOps ที่หลายองค์กรกำลังเผชิญ แม้แนวคิด DevOps จะช่วยทลายกำแพงระหว่างทีม Dev และ Ops แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ “Cognitive Load” หรือภาระทางความคิดที่ตกไปอยู่ที่ Developer มากเกินไป
- อดีต: Developer โฟกัสแค่การเขียนโค้ดให้ตอบโจทย์ Business
- ยุค DevOps: Developer ถูกคาดหวังให้รู้ทุกเรื่องแบบ Full Cycle ตั้งแต่เขียนโค้ด, ทำ Docker, Config K8s, ดูแล CI/CD Pipeline ไปจนถึงเรื่อง Security และ Monitoring
เมื่อระบบมีความซับซ้อนสูงขึ้น ภาระเหล่านี้จะหนักอึ้งจนทำให้ Developer “ไม่สามารถโฟกัสกับการสร้างฟีเจอร์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่” กลายเป็นจุดชะลอตัวขององค์กรแทน
ทางออกคือ Platform Engineering และการสร้าง IDP
ทางออกของปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ไม่ใช่การจ้างคนเพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ Platform Engineering แนวคิดนี้คือการสร้างทีมและเครื่องมือขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตทีม Developer, Infrastructure, และ Operation โดยเฉพาะ โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้าง Internal Developer Platform (IDP)
- Platform as a Product: IDP เปรียบเสมือน “ผลิตภัณฑ์” ที่ทีม Platform สร้างขึ้นมาให้ลูกค้าภายในก็คือทีม Developer, Infrastructure, และ Security เป็นผู้ใช้งาน
- Self-Service: เป้าหมายคือเพื่อให้ทีมภายใน สามารถบริหารจัดการระบบ ทั้ง Provision Infrastructure และ Deploy ได้ด้วยตนเองผ่าน IDP โดยไม่ต้องรู้รายละเอียดเชิงลึกของ Infrastructure ทั้งหมด และไม่ต้องรอทีม Ops อีกต่อไป
Golden Path: ทางลัดสู่ประสิทธิภาพ 10 เท่า
ไฮไลท์สำคัญที่คุณเดียร์ เน้นย้ำ คือ กลไกที่เรียกว่า “Golden Path” ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในเซสชันนี้ ซึ่งเป็นกุญแจความสำเร็จของ Platform Engineering
Golden Path คืออะไร?
หากเปรียบการทำซอฟต์แวร์เหมือนการเดินป่า Golden Path คือ “ถนนลาดยาง” ที่ทีม Platform ได้ถางทางและเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มันคือ Template หรือกระบวนการมาตรฐานที่ผ่านการคิดมาแล้วว่าดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และง่ายที่สุดสำหรับงานทั่วไป
ทำไม Golden Path ถึงเปลี่ยนเกม?
1. เปลี่ยน Ticket Ops เป็น Self-Service:
- เดิม: Dev อยากได้ Database -> เปิด Ticket -> รอ Approve -> รอ Ops สร้างกระบวนใช้เวลานับวัน
- ใหม่: Dev เลือก Template -> ระบบสร้างให้อัตโนมัติ กระบวนการใช้เวลาหลักนาที
2. ช่วยลดภาระการตัดสินใจ: Dev ไม่ต้องปวดหัวว่าจะเลือก Tools ตัวไหน หรือ Config อย่างไร หรือจะวาง Pipeline ท่าไหน พวกเขาสามารถเลือกใช้ Golden Path ที่ทีม Platform เตรียมไว้ให้ได้เลย ซึ่งทำให้เริ่มงานได้ทันที เข้าสูตร Day 1 Productivity ได้อย่างคล่องตัว และยังสามารถขยายไปจนถึง Day 2 Operation ได้ด้วย
3. Embedded Governance & Security by Default: ใน Golden Path จะมีการฝัง Security Scans, Logging, Monitoring และ Compliance ต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่สร้างขึ้นมานั้น “ถูกต้อง” และ “ปลอดภัย” ตามกฎองค์กรโดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
- เรื่อง Speed: เพิ่มความเร็วในการส่งมอบซอฟต์แวร์ได้ถึง 10 เท่า เพราะตัดขั้นตอนการรอคอยที่ซ้ำซ้อน
- เรื่อง Cost Control: คุมค่าใช้จ่ายสำหรับระบบ Cloud ได้ตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการกำหนดโควต้า ใน Platform
- เรื่อง Governance: การกำกับดูแลเป็นเรื่องง่าย เพราะ Policy ถูกฝังอยู่ในระบบ ไม่ใช่เอกสารกระดาษ
ใครได้ประโยชน์สูงสุดจากงาน Platform Engineering Series?
Platform Engineering ไม่ใช่เรื่องของทีมใดทีมหนึ่ง แต่เป็นการยกระดับทั้ง Ecosystem วัตถุประสงค์ของงาน Platform Engineering Series 2026 กลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. DevOps / System Engineer / SRE (ผู้สร้าง)
- Skill Transformation: เปลี่ยนบทบาทจากคนที่ต้องคอยทำตาม Ticket-Ops หรือพัฒนาระบบอย่างไร้ทิศทาง สู่ Platform Engineer ผู้สร้างระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นทักษะที่ตลาดต้องการสูง
- Toil Reduction: เลิกทำงานซ้ำซากจำพวก Manual Task หรือการตอบ Ticket เดิม ๆ ลดงานที่น่าเบื่อหน่าย เอาเวลาไปทำเรื่องที่มีคุณค่ามากขึ้น
2. Software Engineer / Developer (ผู้ใช้)
- Reduced Cognitive Load: ปลดล็อกภาระที่ไม่ใช่หน้าที่หลัก กลับมาโฟกัสกับการเขียนโค้ดและสร้างสรรค์ฟีเจอร์ได้เต็มที่
- Velocity: ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย Self-Service ไม่ต้องรอใคร
3. IT Manager / CTO / Tech Lead (ผู้บริหาร)
- Efficiency & ROI: เห็นภาพการเพิ่มประสิทธิภาพทีม 10 เท่า และความคุ้มค่าในการลงทุน
- Governance & Cost: ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยและงบประมาณได้แบบรวมศูนย์ (Centralized Control) รวมถึงสามารถช่วยในการลดค่าใช้จ่ายขององค์กรในระยะยาว
บทสรุปและก้าวต่อไปในปี 2026
คุณเดียร์ ทิ้งท้ายว่า Platform Engineering ไม่ใช่เทรนด์ฉาบฉวย แต่เป็นวิวัฒนาการที่จำเป็นสำหรับการทำ Software Development ในยุคนี้ การสร้าง IDP ที่ดีจะช่วยเปลี่ยนจากวัฒนธรรม “การรอคอย” เป็น “การสร้างสรรค์”
ห้ามพลาด! Platform Engineering Series 2026 เซสชันแรกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทางผู้จัดได้เตรียมหัวข้อเจาะลึกตลอดทั้งปีเพื่อปูพื้นฐานสู่การลงมือทำจริง อาทิ:
- Kubernetes Patterns: เจาะลึก Design Pattern สำหรับ Platform Engineering
- Observability: การทำ Monitoring Platform แบบรวมศูนย์
- Building MVP: วิธีสร้าง Platform เวอร์ชันแรกให้ตอบโจทย์ไวที่สุด
- Hands-on Workshops: กิจกรรมจับมือทำจริงทุกไตรมาส
รับชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่: https://youtu.be/l3EkOBe1QBM
สำหรับท่านที่พลาดงานนี้ หรือต้องการติดตามข่าวสารงานครั้งต่อไป สามารถติดตามได้ที่กลุ่ม DevSecOps
Community Thailand หรือช่องทางต่าง ๆ ของ TechTalkThai และ Opsta ได้เลยครับ
DevSecOps Community Thailand Facebook Group
ช่องทางติดต่อ Opsta: Click
ช่องทางการติดต่อ TechTalkThai: Facebook
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






