[PR] ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะเตรียมบ้านให้พร้อม รับมืออันตรายจากไฟฟ้าและฟ้าผ่าช่วงหน้าฝน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชี้ช่วงหน้าฝนเป็นฤดูที่มีความเสี่ยงที่สุดจากอันตรายจากไฟฟ้า และฟ้าผ่า เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายที่มองไม่เห็นในช่วงฤดูฝน โดยมีน้ำเป็นสื่อกลางตัวนำไฟฟ้า ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายจากไฟดูด ไฟช็อต กระแสไฟเกินจากฟ้าผ่าได้ ชไนเดอร์ฯ  พร้อมช่วยแนะนำวิธีป้องกันอันตรายด้วยวิธีง่ายๆ เพียงหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงการติดตั้งเบรกเกอร์ และตัวกันไฟดูด กันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน

คุณกุศล กุศลส่ง รองประธานธุรกิจค้าปลีก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย แนะนำว่า ในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงที่ทุกบ้านต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่มองไม่เห็น นั่นก็คือ อันตรายจากไฟฟ้า โดยมีน้ำเป็นสื่อกลางในการนำไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดไฟดูด ไฟช็อตได้  ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เราโดนฝนจนตัวเปียก แล้วเผลอไปสัมผัสกับเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยไม่รู้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นชำรุด ไฟรั่วหรือไม่ หรือสวิตซ์ไฟที่มีช่องห่างระหว่างแป้นกับสวิตซ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟดูดได้เมื่อน้ำไหลเข้าไป หรือในกรณีที่บางบ้านเกิดมีหลังคาที่ชำรุด หรือ ผนังที่มีน้ำหยดซึมมาโดนที่บริเวณปลั๊กไฟ หากเรามาเสียบปลั๊กอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และถูกไฟดูดได้ด้วยเช่นกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เล็งถึงเห็นอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่รู้ตัว เราจึงต้องให้ความสำคัญในการติดตั้ง เซอร์กิตเบรกเกอร์  และ เบรกเกอร์กันไฟดูด หรือ RCBO (Residual Current Breaker With Overload Protection) รวมไปถึงอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากจากฟ้าผ่า(Surge Protection) ซึ่งทั้ง 3 ตัวมีหน้าที่ ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินเหมือนกัน ซึ่งหากเป็นไปได้ควรติดตั้งให้ครบทั้ง 3 ชนิด ดังนั้นการเลือกตู้ไฟ หรือหรือ ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของช่างไฟโดยเฉพาะ แต่ผู้อาศัยควรมีความตระหนักและมีความเข้าใจ ว่าอันตรายจากทั้ง 3 เหตุการณ์เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ

1.เมนเบรกเกอร์กันดูด (RCBO 2 Pole) ช่วยป้องกันทั้งไฟชอต ไฟลัดวงจรและไฟดูด

2.อุปกรณ์กันไฟกระชาก (Surge Protection) ป้องกันแรงดันไฟฟ้าส่วนเกินจากฟ้าผ่า ที่อาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นอันตรายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้

3.เบรกเกอร์กันดูดแบบลูกย่อย (RCBO 1 Pole) สามารถตัดไฟเฉพาะจุดที่มีปัญหา ไฟไม่ดับทั้งบ้าน ทำให้ความปลอดภัยและได้รับความสะดวกสบาย

นอกจากนี้ การเลือกตู้ไฟ นอกจากความปลอดภัย ยังต้องดูถึงดีไซน์ที่เข้าได้กับบ้าน สามารถติดตั้งที่ใดก็ได้ ที่สะดวกแก่การเข้าถึง และที่สำคัญต้องง่ายในการติดตั้ง หรือการเปลี่ยนเบรกเกอร์ใหม่ในอนาคต ซึ่งถ้าเป็นแบบปลั๊กออน จะง่ายและปลอดภัย ลดโอกาสทำให้เบรกเกอร์หลอมละลายเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย อีกประการหนึ่งคือ ตู้ไฟสมัยใหม่จะมีเทคโนโลยี QR Code ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถเรียกดูข้อมูลการติดตั้ง และข้อมูลของช่างไฟที่มาติดตั้งได้ ช่วยให้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น

เพราะไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยากให้ทุกคนให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ เราสามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวคุณและคนที่คุณรัก

###

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการบริหารจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน โดยมีรายได้ประจำปีงบประมาณ 2559 คิดเป็นมูลค่า 25 พันล้านยูโร บริษัทฯ มีพนักงาน 144,000 คน ไว้คอยให้บริการลูกค้าในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการพลังงาน และกระบวนการทำงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่สวิตช์ไฟที่เรียบง่ายที่สุด ไปจนถึงระบบการทำงานที่ซับซ้อน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเป็นเจ้าของเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และการบริการ ที่ช่วยให้ลูกค้ายกระดับประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และการดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อของเรา จะช่วยปรับโฉมอุตสาหกรรม เปลี่ยนเมือง และช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราเรียกสิ่งนี้ว่า “Life is On” www.schneider-electric.co.th/th

About TechTalkThai PR 2

Check Also

หัวเว่ย คลาวด์ เสริมศักยภาพพันธวณิชลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน 30% พร้อมเร่งสปีดการจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศความร่วมมือกับพันธวณิช (Pantavanij) แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กร และสร้างรากฐานที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับ AI สำหรับอนาคตของระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว