พาชม Innovation Hub ของ Schneider Electric และรู้จักกับแนวคิด EcoStruxure

เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมาทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม Innovation Hub ของบริษัท Schneider Electric ณ ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในตลาดของ Facility ส่วนดาต้าเซนเตอร์ เราจึงขอนำภาพนวัตกรรมภายในมาให้ได้ชมกันครับ นอกจากนี้จะขอพาไปรู้กับโซลูชันที่ชื่อ EcoStruxture ถึงแนวคิดเบื้องหลังด้วย

แนะนำบริษัท Schneider Electric

Schneider Electric เป็นบริษัทที่มีประวัติมาอย่างยาวนานแต่ปัจจุบันได้มีทิศทางในการดำเนินงานในด้านของการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ยังสนับสนุนพลังงานยั่งยืนด้วย (สามารถติดตามวีดีโอแนะนำบริษัทได้ตามด้านบน)

ราวปี 2016 บริษัทมีการประกาศครั้งใหญ่ถึงโซลูชันที่ชื่อว่า EcoStruxture ที่ประกอบด้วยชุดเครื่องมือและบริการเพื่อใช้งานและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก IoT ทั้งนี้ก็เพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการและทำให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนได้คุ้มค่าสูงสุดด้วย จากภาพประกอบด้านบนจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบหลักนั้นเกิดขึ้นได้จาก 3 ส่วนคือ

1.Connected Products

Schneider Electric ได้ผนวกโซลูชัน IoT เข้ากับอุปกรณ์ฝั่ง Operational Technology (OT) เพื่อดึงข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์ออกไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อได้

2.Edge Control

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นการรวบรวมข้อมูล แปลงหรือประมวลผลข้อมูลซึ่งขึ้นกับบริบทของโซลูชันในแต่ลักษณะของธุรกิจ 

3.Application & Analytics

ซอฟต์แวร์ที่ทำ Data Analytics ข้อมูลเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้แบบ Proactive เช่น ทราบว่าอุปกรณ์ไหนเสีย อุณหภูมิส่วนไหนมากหรือน้อยไป เป็นต้น โดยบริษัทได้นำเสนอซอฟต์แวร์ในลักษณะของ Cloud เป็น Software-as-a-Service ได้ตามลักษณะของธุรกิจ ซึ่งข้อดีของการเป็น Cloud คือ ยืดหยุ่นต่อการขยายขึ้นหรือลง จ่ายตามจริง อัปเดตล่าสุดเสมอ ที่สำคัญลูกค้าไม่ต้องมีภาระในการดูฮาร์ดแวร์เอง

พาชม Innovation Hub

รูปแนะนำการใช้งาน EcoStruxture ในโซลูชัน Building, Grid, Machine และ Power

จากรูปประกอบด้านบนเราจะสามารถเข้าใจเรื่องราวของ Use Cases ใน EcoStruxture ได้ทั้งหมด ซึ่งทาง Schneider Electric ได้รวบรวมเอาความถนัดในเรื่องของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในระบบต่างๆ เข้ากับ IoT และเชื่อมต่อสู่ Edge Control (อย่างที่เราบอกไปว่า ต่างกันตาม Use Cases บางกรณีก็มีฮาร์ดแวร์ ดูรูปด้านบน) จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งขึ้นไปวิเคราะห์บน Cloud ที่มีซอฟต์แวร์โมดูลต่างๆ ตามลักษณะของอุตสาหกรรมอีกเช่นกัน ซึ่งอาณาจักรของ Schneider Electric นั้นกว้างใหญ่มากจนครอบคลุมไปถึง 4 ธุรกิจคือ Building, Data Center, Industry และ Infrastructure นั่นเอง

เครดิต : Schneider Electric

ในส่วนของซอฟต์แวร์ Cloud-based ทาง Schneider Electric ได้นำเสนอหนึ่งในโมดูลที่ตอบโจทย์การทำงานในดาต้าเซนเตอร์คือ EcoStruxture IT Software ซึ่งมีคุณสมบัติมากมาย เช่น ติดตามพิกัดของอุปกรณ์ ประเมินสถานะของอุปกรณ์ (ความร้อน ความชื้น หรืออื่นๆ) ทำการเปรียบเทียบกับรูปแบบการใช้งานในอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อให้ทราบว่ามาตรฐานของผู้ใช้อยู่ตรงไหน ฝ่าย Support สามารถทราบปัญหาได้ก่อนเกิดขึ้นจริง (Proactive) นอกจากนี้ระบบยังสามารถวิเคราะห์และแนะนำการใช้งานให้ผู้ใช้งานได้เช่นกัน ซึ่งเราเชื่อแน่ว่า Schneider Electric ย่อมทราบข้อมูลฮาร์ดแวร์ของตัวเองดีที่สุดมากกว่าใครอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม Schneider Electric ไม่ได้เพียงแค่นำ IoT เข้าไปตอบโจทย์ใช้งานข้อมูลเท่านั้น แต่ในองค์ประกอบทุกส่วนได้รับการวางแผนมาอย่างดีแล้ว ซึ่งจากการสอบถามของเราพบว่าอันที่จริงแล้วซอฟต์แวร์ตั้งอยู่บน Azure นั่นเอง ที่มีเครื่องมือสนับสนุนด้าน Security ไว้อย่างเพรียบพร้อม นอกจากนี้อุปกรณ์ IoT ยังถูกทดสอบตามมาตรฐานว่าจะใช้ได้อย่างน้อยถึง 10 ปี รวมถึงเรายังได้เห็นการออกแบบฮาร์ดแวร์ให้ใช้งานง่าย เช่น จากรูปด้านบนตู้ Battery Rack ได้มีการออกแบบมาให้รถอดเปลี่ยนได้ง่ายเพราะแบ่งเป็นส่วนเล็กๆ (Block) และซอฟต์แวร์จำลองจะสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำว่าแบตก้อนไหนเสียเป็นต้น อันที่จริงแล้วยังมีนวัตกรรมอีกหลายอย่าง เช่น ตู้ Rack, UPS และ Use Case ของการออกแบบ Data Center อย่างล้ำสมัยที่เราคงไม่สามารถบรรยายได้ทั้งหมดครับ

สรุป

จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้เราพบว่า Schneider Electric ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านฮาร์ดแวร์เท่านั้น แต่ยังได้ผสานระบบ OT และ IT เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้าง Insight และใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด อย่างไรก็ตามยังคำนึงถึงการใช้งานและซ่อมบำรุงได้ง่าย ทั้งในเชิงของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงได้มีการเปิด API บนแพลตฟอร์มให้พันธมิตรเข้ามา Integrate ระบบร่วมกัน ด้วยเหตุนี้เราเชื่อแน่ว่าประโยชน์จะไม่เกิดขึ้นแค่กับลูกค้าเท่านั้น แต่ Schneider Electric ยังได้การสร้าง Ecosystem ทั้งระบบในการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนครับ


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง