พบช่องโหว่บน Browser ที่ช่วยให้ทราบถึงแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนเครื่องได้

ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ที่กระทบกับ Browser หลายค่ายทั้ง Chrome, Safari, Firefox, Tor แม้กระทั่ง Private Mode ก็ไม่ช่วย โดยช่องโหว่สามารถทำให้ทราบถึงแอปพลิเคชันที่เราติดตั้งบนเครื่องได้

ช่องโหว่ดังกล่าวทางผู้เชี่ยวชาญตั้งชื่อว่า ‘Scheme Flooding’ โดยไอเดียก็คือในช่อง URL สามารถทำการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานติดตั้งแอปพลิเคชันอะไรอยู่ได้เช่น ลองพิมพ์ว่า skype:// โดยหากเรามีแอปนี้อยู่เครื่องก็จะเด้ง Pop-up ขึ้นมา อย่างไรก็ดีแนวคิดนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบการมีอยู่ของแอปพลิเคชันได้อีกมากเช่น Spotify, Zoom, Slack, Telegram, Discord, Steam, Xcode, Microsoft Word, NordVPN, Hotspot Shield และอื่นๆ โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปลองเล่นได้ที่ https://schemeflood.com/ (ผลการทดสอบของผู้เขียนเองพบแอปพลิเคชันตามภาพด้านล่าง แม้ Firefox Private Mode ก็ไม่ช่วย)

คำถามคือเมื่อรู้ว่าติดตั้งอะไรแล้วสำคัญอย่างไร คำตอบก็คือผู้ไม่หวังดีสามารถสร้างโปรไฟล์พฤติกรรมของเราได้ เช่น เป็นผู้ใช้ลักษณะไหน และนำข้อมูลในไปใช้ในการโจมตีหรือยิงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเราเป็นต้น ปัจจุบัน Chrome เป็น Browser เจ้าเดียวที่มีแนวทางแพตช์ปัญหาแล้วอย่างชัดเจน ตามมาด้วย Edge ผู้สนใจสามารถศึกษาสคิร์ปต์สำหรับทดสอบได้ที่ https://github.com/fingerprintjs/external-protocol-flooding

ที่มา : https://www.helpnetsecurity.com/2021/05/17/track-users-online/ และ https://www.hackread.com/cross-browser-tracking-compromises-user-anonymity/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์