ทำลายสถิติ! นักวิจัยผลิตชิปส่งข้อมูลได้เร็วถึง 44.2Tbps ผ่านสาย Fiber ความยาว 75 กิโลเมตร

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนา Optical Chip ที่สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงถึง 44.2Tbps ผ่านสาย Fiber เป็นระยะทางยาวถึง 75 กิโลเมตร

Credit: Monash University

ชิปทดสอบขนาด 9×5 ตารางมิลลิเมตรที่ถูกเรียกว่า Micro-comb นี้ประสบความสำเร็จในการทดสอบและถูกตีพิมพ์งานวิจัยใน Nature Communications เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตัวชิปนี้สามารถส่งคลื่นอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันถึง 80 คลื่นได้พร้อมๆ กัน ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความหนาแน่นสูงระดับ Ultradense โดยมีการใช้เทคโนโลยี Next-Generation Optical Modulation ที่มีความเร็ว 500Gbps สำหรับแต่ละคลื่น

ในการทดสอบที่ความเร็วระดับ 44.2Tbps นี้ ได้ทำการทดสอบการส่งข้อมูลแบบสุ่ม และค่านี้ก็เป็นค่าที่วัดได้แบบ Raw Bit Rate ดังนั้นเมื่อใส่ Overhead ของ Protocol ในการสื่อสารต่างๆ ลงไป ปริมาณข้อมูลที่ส่งได้ต่อวินาทีก็จะลดลงไปบ้าง โดยความเร็วอาจจะเหลืออยู่ที่ 39Tbps – 40.1Tbps

เทคโนโลยีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะพร้อมใช้งานจริงได้ภายใน 5 ปีนับถัดจากนี้ ก็ถือเป็นอีกก้าวที่น่าติดตามไม่น้อยในการเพิ่มขีดความเร็วของการสื่อสารในโลกอันไร้พรมแดนนี้

ผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากงานวิจัยได้ที่ https://www.nature.com/articles/s41467-020-16265-x

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2020/05/22/optical_chip_fiber_speed_record/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก