พบช่องโหว่ RCE บน Ollama AI Infrastructure Tool

พบช่องโหว่ Remote Code Execution บน Ollama AI Infrastructure Tool ผู้ใช้งานควรแพตช์ทันที

Credit: Ollama

ช่องโหว่ CVE-2024-37032 มีชื่อว่า Probllama ถูกค้นพบโดย Wiz บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านความมั่นคงปลอดภัย เป็นช่องโหว่ชนิด Remote Code Execution (RCE) ที่เกิดขึ้นบน Ollama AI Infrastucture Tool ที่ใช้สำหรับติดตั้ง Large Language Model (LLM) ให้ทำงานแบบ Local บน Windows, Linux และ MacOS ผู้โจมตีเพียงแค่ทำการสร้าง HTTP request แบบพิเศษขึ้นมาและส่งผ่าน Ollama API ก็สามารถเข้าถึงระบบภายในได้อย่างง่ายดาย

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกแพตช์ไปแล้วตั้งแต่เวอร์ชัน 0.1.34 ซึ่งถูกปล่อยออกมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม โดยทีมงาน Ollama ได้ทำการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นหลังจากได้รับรายงาน ผู้ใช้งานควรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานและทำการแพตช์ทันที รวมถึงควรมีการตั้งค่าระบบการยืนยันตัวตนสำหรับการใช้งาน API เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยช่องโหว่ลักษณะนี้ ปัจจุบัน Wiz ได้พบว่ามี Ollama Server มากกว่า 1,000 ตัวที่เชื่อมต่อสู่อินเทอร์เน็ตและไม่มีการป้องกันที่ดีพอ

ที่มา: The Hacker News

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 90% เคยเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา [PR]

แม้ว่าคนรุ่น Gen Z ทั้งในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และมั่นใจในการใช้งานโลกดิจิทัลมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผลวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยตลาดภายในของ แคสเปอร์สกี้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนทั่วโลก พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือหรือเปลี่ยนรหัสผ่านน้อยกว่าคนรุ่นอื่นๆ