PROEN ติดตั้งใช้งาน VMware Cloud Foundation 9 (VCF9) สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย [Guest Post]

บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ Cloud, Data Center, SD-WAN และ Cyber Security (Secure Digital Infrastructure) ชั้นนำของไทย ประกาศก้าวสำคัญ ขึ้นแท่นเป็นผู้ใช้งาน VMware Cloud Foundation 9 (VCF9) รายแรกในประเทศไทย เสริมศักยภาพให้องค์กรพร้อมก้าวสู่ Hybrid Cloud, Multi-Cloud และ Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับการประมวลผล AI/ML และ Modern Applications เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การตัดสินใจก้าวใหญ่ในการเป็นผู้ใช้งาน VMware Cloud Foundation 9 เป็นรายแรกของประเทศไทยนี้ ได้ตอกย้ำจุดยืนของโปรเอ็น คอร์ป ในฐานะของการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก โดย VCF9 จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจของโปรเอ็น คอร์ป ด้วยการวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud สำหรับการใช้งานภายใน ที่สามารถรองรับการเติบโตของโปรเอ็น คอร์ปได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ ในแบบ Cloud Native และ AI หรือการเพิ่มขยายทรัพยากร, การเพิ่มขยาย Region ใหม่ให้กับ Private Cloud หรือแม้แต่การพัฒนาระบบ IT Automation ในรูปแบบใหม่เพื่อใช้งานในอนาคต

“การเป็นผู้ใช้บริการ VMware Cloud Foundation 9 (VCF9) รายแรกในประเทศไทย คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ PROEN ที่จะผลักดันองค์กรไทยสู่ Hybrid Cloud และ Sovereign Cloud ที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น พร้อมรองรับการประมวลผลสมัยใหม่ เช่น AI และ Kubernetes เรามั่นใจว่า PROEN จะเป็น Backbone ของ Future Thailand Digital Infrastructure อย่างแท้จริง  ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนทางดิจิทัลของประเทศ” คุณกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าว พร้อมเสริมว่า “PROEN เลือก VCF9 เพราะความโดดเด่นด้านความเสถียรและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี VMware”

ในการวางระบบคลาวด์ครั้งนี้ โปรเอ็น คอร์ป ได้ตัดสินใจเลือกใช้ VMware Cloud Foundation 9 ที่เปิดตัวมาล่าสุดเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จากคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้

  • Hybrid & Sovereign Cloud Ready: รองรับสถาปัตยกรรมการใช้งานได้ทั้งแบบ On-Premises, Dedicated Private Cloud, Public Cloud และ Sovereign Cloud ตอบโจทย์การเติบโตอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นของบริษัทได้เป็นอย่างดี
  • AI & Modern Workload Support: มีความสามารถในการรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับ AI/ML Workloads, Kubernetes และ Modern Applications ซึ่งล้วนแต่เป็นอนาคตก้าวถัดไปของวงการไอทีทั้งสิ้น
  • Breaking Down Silos: สามารถบริหารจัดการ Virtual Machines และ Containers ได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว ลดความซับซ้อนในการดูแลรักษา การบริหารจัดการ และเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน Private Cloud
  • Security & Compliance: ระบบมาพร้อมแนวคิด Zero Trust และ Framework สำหรับการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล ตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยและการกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ บนระบบ Cloud
  • Lifecycle Management อัจฉริยะ: สามารถบริหารจัดการและอัปเดตระบบได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสการหยุดทำงานของระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยรวม

หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของ VMware Cloud Foundation 9 นี้ก็คือความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรภายในระบบ Private Cloud เพื่อสร้าง Virtual Private Cloud ได้ ซึ่งความสามารถดังกล่าวนี้ถือเป็นแนวทางหลักที่บริการ Public Cloud ชั้นนำทั่วโลกได้เลือกใช้ในการตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรที่ต้องการประยุกต์ใช้งาน Public Cloud เสมือนเป็น Private Cloud ของตนเอง

โปรเอ็น คอร์ปได้นำจุดเด่นนี้มาใช้เพื่อตอบสนองต่อความยืดหยุ่นของธุรกิจ แบ่งสรรระบบ Private Cloud ให้กลายเป็น Virtual Private Cloud ที่มีคุณสมบัติและทรัพยากรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละหน่วยธุรกิจย่อยของตนเองได้อย่างอิสระ ช่วยให้ฝ่ายไอทีหรือผู้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ภายในองค์กรสามารถสร้างสรรค์และทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายใน Virtual Private Cloud ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบไอทีอื่นๆ

ด้วยวิสัยทัศน์ของโปรเอ็น คอร์ป ที่เล็งเห็นว่าระบบไอทีในอนาคตนั้นจะต้องอยู่บนสถาปัตยกรรมแบบ Cloud Native ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Business Application, Enterprise Software หรือแม้แต่ AI ก็ตาม การลงทุนใน VMware Cloud Foundation 9 ครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานที่สำคัญต่ออนาคต โดย VCF9 นี้มาพร้อมกับ VMware Kubernetes Service ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตั้งใช้งานและบริหารจัดการ Kubernetes ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำคัญของ Cloud Native Application ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ในการติดตั้งใช้งาน VMware Cloud Foundation 9 ครั้งนี้ โปรเอ็น คอร์ปได้เลือกใช้สถาปัตยกรรมล่าสุดอย่าง vSAN Express Storage Architecture (ESA) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระบบจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลล่าสุดภายใน VCF9 เพื่อรองรับอนาคตทางด้าน Data และ AI ในระยะยาว

vSAN ESA นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจองค์กรมีระบบ Enterprise Storage ที่มีความยืดหยุ่นสูงสุดเทียบเท่าการใช้ Public Cloud โดยมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจากการรองรับเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลล่าสุดที่มีความเร็วสูง และสามารถใช้งานพื้นที่ความจุในการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างคุ้มค่าด้วยความสามารถ Global Deduplication อีกทั้งยังรองรับการสำเนาข้อมูลในหลายสาขาเพื่อเพิ่มความมั่นคงทนทานได้ด้วย Stretch Cluster

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้โปรเอ็น คอร์ปเชื่อมั่นใน VMware Cloud Foundation 9 นั้นก็คือความสามารถในการบริหารจัดการที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ดียิ่งขึ้นในอดีตเป็นอย่างมาก โดย VCF9 ได้ผสานรวมระบบบริหารจัดการ, ระบบตรวจสอบการทำงาน, ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการบริหารจัดการแบบอัตโนมัติเอาไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยให้การดูแลรักษา, การบริหารจัดการ และการปรับแต่งการทำงานของระบบเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายอย่างที่ไม่เคยป็นมาก่อน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ VCF9 ยังรองรับการทำงานในรูปแบบของ Region เหมือนแนวคิดของ Public Cloud ส่งผลให้โปรเอ็น คอร์ปมีทางเลือกในการเพิ่มขยายระบบในอนาคต และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงบริหารจัดการ Private Cloud ในทุก Region ได้ในแบบรวมศูนย์ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายไอทีภายในโปรเอ็น คอร์ปได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันระบบ Private Cloud ใหม่ล่าสุดของโปรเอ็น คอร์ป ที่ใช้ VMware Cloud Foundation 9 นี้ได้เปิดใช้งานแล้วอย่างเป็นทางการ โดยนอกจากจะมีการใช้งานภายในแล้ว โปรเอ็น คอร์ป ยังเปิดพื้นที่เชิญชวนให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยที่สนใจในแนวคิดของการสร้างระบบ Private Cloud และ Sovereign Cloud สามารถมาทดลองใช้งาน VCF9 ของโปรเอ็น คอร์ป ได้อีกด้วย

PROEN ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อาทิ ISO9001, ISO27001, ISO20000-1, ISO27017, ISO27018, ISO27701 และ CSA Star สะท้อนถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในทุกมิติของการให้บริการ

จุดแข็งและความแตกต่างของ PROEN

  • Backbone of Future Thailand Digital Infrastructure – PROEN เชื่อมั่นและมุ่งมั่นว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักของประเทศไทยในอนาคต สนับสนุนทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐสู่การเติบโตทางดิจิทัลที่มั่นคง ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับโลก
  • The Moon & The Sun – PROEN มุ่งมั่นที่จะเป็น One Best Service Provider ที่ให้บริการครบจบในที่เดียวด้วย NetSecOps, และ DevSecOps ที่มาพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งธุรกิจและเทคโนโลยี
  • Premium Payable Services – มอบประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียม ที่ลูกค้าสามารถเลือกจ่ายตามคุณค่าที่ได้รับจริง
  • Cloud Internet Bandwidth จัดเต็ม ไม่อั้น – PROEN Cloud จัดสรรให้เลือกใช้งานได้ตั้งแต่ Shared Interent Bandwidth ไปจนถึง 100Gbps รองรับสำหรับ Super Apps ขนาดใหญ่ รองรับการเชื่อมต่อได้หลายรูปแบบ ทั้ง MPLS, SD-WAN และ VPN
  • Virtual AI Compute – บริการเซิร์ฟเวอร์เสมือนสำหรับ AI ที่มาพร้อม GPU หลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งาน ตั้งแต่ NVIDIA RTX, H200 จนถึง GB200 NVL72 รองรับทุกการประมวลผลตั้งแต่ AI Training, Inference จนถึงการใช้งาน Generative AI แบบครบวงจร

สำหรับองค์กรที่สนใจสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ VMware Cloud Foundation 9 (VCF9) และทดลองใช้งาน Demo Service จาก PROEN Cloud ได้ที่:

Tel:  02-690-3888

Email: sales@proen.co.th

Line@: https://lin.ee/UuDe5UF

Facebook: https://shorturl.at/hiqvZ

Linked in: https://lnkd.in/gWswKzzh

Website: https://www.proen.co.th/th/

Instagram: https://shorturl.at/nvEMZ

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ