ก้าวสู่อนาคตยุค Local AI ด้วย Dell Pro Family พร้อม Windows 11 ที่ตอบโจทย์ได้ทั้ง AI PC และ Copilot+ PC

ในปี 2025 นี้ ถือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากสำหรับตลาด Commercial PC ที่ Dell ได้มีการเปลี่ยนแปลงตระกูลผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่สู่ Dell Pro และ Dell Pro Max ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Intel Core Ultra ที่รองรับ AI อย่างเต็มที่ ในขณะที่ Microsoft เองก็ไม่น้อยหน้า เสริมความสามารถ Local AI ใหม่ๆ ให้กับ Windows 11 ซึ่งจะมาแทน Windows 10 ที่กำลังจะหยุดการสนับสนุนภายในเดือนตุลาคม 2025 นี้

ด้วยเหตุนี้ Dell Technologies จึงจัดงานสัมมนา AI Made Easy: Modern Workplace for AI เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจองค์กรได้มาอัปเดตถึงทิศทางแห่งอนาคตที่ AI จะไม่ได้อยู่บน Cloud เพียงเท่านั้นอีกต่อไป แต่ AI นั้นพร้อมใช้งานภายในเครื่อง PC และ Notebook สำหรับภาคธุรกิจได้แล้วในวันนี้ และทำให้การใช้งาน NPU ใน AI PC กับ Copilot+ PC นั้นคุ้มค่าเห็นผลยิ่งกว่าที่เคย

ในบทความนี้เราจะสรุปถึงประเด็นอัปเดตทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจ จากงานสัมมนาในครั้งนี้กันครับ

 

Dell ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ PC และ Notebook ใหม่: Dell, Dell Pro และ Dell Pro Max

นับจากเมื่อต้นปีที่มีการประกาศปรับแบรนด์ของ PC และ Notebook ครั้งใหญ่จากทาง Dell เพื่อให้จดจำและเข้าใจความแตกต่างในการเลือกใช้งานได้ง่ายขึ้น และสอดรับกับเทรนด์ใหญ่อย่าง AI PC ซึ่งในงานสัมมนาครั้งนี้ Dell Technologies ก็ได้เน้นย้ำถึงประเด็นนี้อีกครั้ง โดยในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Desktop และ Laptop รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในปีนี้และหลังจากนี้ จะอยู่ภายใต้ Branding ใหม่ ได้แก่

 

 

  • Dell: สำหรับการใช้งานทั่วไป, การเรียน และการทำงานเบื้องต้น
  • Dell Pro: สำหรับการใช้ทำงานในระดับองค์กร
  • Dell Pro Max: สำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพในระดับสูงสุด

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้ Branding ใหม่นี้ ถ้าหากเป็น Notebook หรือ Laptop จะมีการแบ่งรุ่นย่อยสำหรับทั้ง Dell, Dell Pro และ Dell Pro Max ลงไปอีก 3 ระดับ คือ Base สำหรับผลิตภัณฑ์ระดับเริ่มต้น, Plus สำหรับประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และ Premium ที่จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดจาก Dell ทำให้โดยรวมแล้ว Notebook ของ Dell หลังจากนี้จะแบ่งออกเป็น 9 รุ่นด้วยกันนั่นเอง

 

รองรับทั้งหน่วยประมวลผล Intel และ AMD รุ่นล่าสุด มีทางเลือกให้ผู้ใช้งานหลากหลายมากขึ้น

อีกหนึ่งความน่าสนใจในการ Rebrand ใหม่ในครั้งนี้ นอกจากการเปลี่ยนชื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นแล้ว Dell ก็มีอุปกรณ์ที่ใช้ทั้ง Intel และ AMD มาเป็นทางเลือกให้อีกด้วย ซึ่งทั้ง Intel และ AMD เองต่างก็สามารถรองรับการประมวลผลด้าน AI ได้อย่างน่าสนใจทั้งคู่

 

 

หน่วยประมวลผลของ Intel ที่ถูกใช้ใน Dell รุ่นล่าสุดนี้คือ Intel® Core™ Ultra ซีรีส์ 2 ที่ชูจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม และการประหยัดพลังงานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าจะใช้งาน AI ก็ตาม ทำให้ Notebook ที่ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบัน Dell ในทุกสายผลิตภัณฑ์นั้นก็มีรุ่นที่ใช้ Intel ให้เลือกอย่างครบถ้วนแล้ว

 

 

สำหรับหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ รุ่นล่าสุดเองก็ถูกนำมาใช้ใน Dell ด้วยเช่นกัน โดยเน้นชูจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพและความเย็นของเครื่องในการใช้งาน พร้อมทั้งการรองรับ AI ได้ไม่แพ้กัน แต่ในปัจจุบันนี้ Dell ยังมีรุ่นที่ใช้ AMD Ryzen™ เปิดตัวออกมาไม่มากนัก แต่ในอนาคตก็มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

การใช้ AI PC และ Copilot+ PC จะคุ้มค่ายิ่งขึ้น ด้วยความสามารถใหม่ของ Copilot และการรองรับจากพันธมิตรของ Intel กว่า 400 ราย

อย่างไรก็ดี การมาของเทคโนโลยี AI นั้นก็ได้ส่งผลกระทบต่อตลาด PC และ Notebook เป็นอย่างมาก เนื่องจากในปี 2025 นี้ หนึ่งในสิ่งที่เทคโนโลยี AI ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็คือ Local AI หรือการนำ AI Model มารันบนอุปกรณ์ PC และ Notebook โดยตรง ไม่ต้องอาศัย Cloud มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Application สำหรับการทำงานจำนวนมากเองนั้นก็เริ่มมีการพัฒนาความสามารถด้าน AI ให้พร้อมใช้งานได้ในแบบ Local AI กันแล้ว

 

 

ตัวอย่างหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดมากนั้นก็คือ Microsoft 365 Subscription ในระดับธุรกิจ ที่เพิ่มความสามารถของ Copilot ให้สามารถประมวลผลด้วย NPU ภายในเครื่องได้โดยตรง และรองรับการใช้งานได้บน Application ของ Microsoft Office อย่างหลากหลายรูปแบบ รวมถึงยังมีความสามารถที่มากับ Windows 11 รุ่นใหม่ เช่น  

  • Recall: การบันทึกหน้าจอการใช้งานเก็บเอาไว้ในเครื่องตลอดเวลา และสามารถทำการค้นหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้อนหลังด้วยข้อความภาษาธรรมชาติได้ ช่วยให้การทำงานสะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดจะไม่ถูกส่งออกไปภายนอกแต่อย่างใด และประมวลผลด้วย NPU ภายในเครื่องโดยตรง รวมถึงเลือกให้ทำการหยุดบันทึกเมื่อมีการเข้าถึงข้อมูลละเอียดอ่อนบนหน้าจอโดยอัตโนมัติได้ มั่นใจได้ในความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • Windows Studio Effects: ปรับแต่งภาพจากกล้องของเครื่องในแบบ Real-Time เช่น การใส่ Filter, การเพิ่มแสงสว่าง, การปรับให้นัยน์ตามองกล้องตลอดเวลา, การเบลอฉากหลัง, การเลื่อนกล้องตามเสียง และการจัดเฟรมอัตโนมัติ
  • Live Caption: แปลงเสียงเป็นข้อความโดยอัตโนมัติ ปัจจุบันรองรับได้ 40 ภาษาให้สามารถแปลงเป็นภาษาอังกฤษได้ โดยในอนาคตจะรองรับการแปลงเป็นคู่ภาษาอื่นๆ ได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น
  • Windows Search: สามารถทำการค้นหาไฟล์ต่างๆ ในเครื่องได้ด้วย AI โดยสามารถค้นหาในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ค้นหาไฟล์งานนำเสนอที่มีการตกแต่งด้วยสีเขียว, ค้นหาไฟล์ภาพรูปสัตว์หรือพืชที่ต้องการ เป็นต้น

ทำให้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสำหรับภาคธุรกิจ การประมวลผล AI ภายในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานนั้นจะเริ่มกลายเป็นความสามารถพื้นฐานที่ถูกใช้งานเป็นวงกว้างในอนาคต

ในขณะเดียวกัน Intel เองก็ได้มานำเสนอถึงการจับมือกับพันธมิตรกว่า 400 ราย ในการพัฒนาความสามารถ AI เสริมเข้าไปใน Application และใช้ NPU ของ Intel ในการประมวลผลได้ ซึ่งก็มี Application ที่ธุรกิจต้องใช้งานอยู่ในกลุ่มนั้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อภาพ, การตัดต่อวิดีโอ, การประมวลผลงานในกลุ่ม CAD, การทำ Data Analytics ไปจนถึง Generative AI ที่หลากหลาย

ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์ PC และ Notebook ในอนาคตจึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการเลือกพลังประมวลผลสำหรับ AI บน NPU ให้เหมาะสมต่อความจำเป็นในการใช้งาน ซึ่งทาง Microsoft เองก็ได้จำแนกอุปกรณ์ PC และ Notebook ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • Windows 11 PC: สำหรับการใช้งาน AI บน Cloud เป็นหลัก
  • Windows 11 AI PC: คืออุปกรณ์ที่มี NPU, RAM, Storage ในระดับปานกลาง สำหรับการใช้งาน Local AI ได้ระดับหนึ่ง
  • Windows 11 Copilot+ PC: คืออุปกรณ์ที่มี NPU ประสิทธิภาพ 40 TOPS เป็นต้นไป, RAM 16GB เป็นต้นไป และ SSD 256GB เป็นต้นไป สำหรับการใช้งาน Local AI ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม

ทั้งนี้ทาง Dell เองก็ได้อ้างอิงเกณฑ์ดังกล่าวและระบุรายละเอียดในสเป็คของ Dell, Dell Pro, Dell Pro Max ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการเลือกใช้อุปกรณ์จาก Dell จึงควรจะต้องพิจารณาประสิทธิภาพด้าน AI ที่ต้องการในการเลือกใช้งานอุปกรณ์ให้เหมาะสมด้วย ซึ่ง Dell ก็เชื่อว่าการมาของ Local AI นี้เองที่จะกลายเป็นสิ่งที่เร่งให้เกิดการใช้งาน AI PC และ Copilot+ PC ที่มากขึ้นในปี 2025 นี้

 

Windows 10 กำลังจะ End of Support ภายในเดือนตุลาคม 2025 เป็นโอกาสปรับธุรกิจสู่ AI Workforce ได้อย่างเต็มตัว

นอกจากการมาของ AI ที่จะทำให้ตลาด PC และ Notebook คึกคักขึ้นแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การจัดซื้ออุปกรณ์ PC และ Notebook ใหม่ในองค์กรเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ ก็คือการที่ Microsoft ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า Windows 10 จะเข้าสู่สถานะ End of Support ภายในวันที่ 14 ตุลาคม 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งแน่นอนว่า Dell เองก็รองรับทั้ง Windows 11 Pro และ Windows 11 Home เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน

การอัปเกรดไปสู่ Windows 11 นั้นจำเป็นที่จะต้องมีการอัปเกรด Hardware ควบคู่ไปด้วย เพราะ Windows 11 นั้นมีข้อบังคับในการเลือกใช้ Hardware ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงกว่าในอดีต อีกทั้งยังต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลและเข้าถึงข้อมูลที่สูงขึ้นเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานนั้นดียิ่งขึ้นไปด้วย

จากประเด็นนี้เอง สิ่งที่ธุรกิจองค์กรควรจะต้องวางแผนให้ดีในการอัปเกรดครั้งนี้ จึงต้องเป็นไปทั้งเพื่อการรองรับ Windows 11 และการสนับสนุนการใช้งาน AI ภายในองค์กรควบคู่กัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุน และสร้างโอกาสในการก้าวสู่ภาพของ AI Workforce ในอนาคต

 

ความยั่งยืนยังเป็นประเด็นที่ Dell ให้ความสำคัญเช่นเคย

อีกหนึ่งสิ่งที่ Dell ยังคงให้ความสำคัญนั้นก็คือเรื่องของความยั่งยืน โดยนอกจากการเลือกใช้วัสดุ Recycle ที่มากขึ้นกว่าเดิม และการประหยัดพลังงานที่ดีขึ้นอย่างมากแล้ว Dell ก็ยังได้เริ่มนำเอาแนวคิด Modular จาก Concept Luna ที่เคยเปิดตัวก่อนหน้า มาใช้กับทั้ง PC และ Notebook ในรุ่นใหม่นี้มากขึ้น ทำให้การซ่อมแซมอุปกรณ์ของ Dell หลังจากนี้จะมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม, ลดโอกาสที่จะต้องเปลี่ยน Hardware ทั้งชิ้นให้น้อยลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง Hardware ให้ตรงความต้องการของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้นอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน การสนับสนุนด้านรายงานความยั่งยืนในการใช้งานอุปกรณ์ของ Dell ก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจองค์กรหลายแห่งทั่วโลกยังคงเลือกใช้งาน Dell อยู่ในทุกวันนี้ด้วย

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …

Gartner ชี้ปลดคนสังเวย AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI แนะภาคอุตสาหกรรมเร่งอัปสกิลมนุษย์คุมระบบแทน

ท่ามกลางกระแสการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ามาใช้งาน ผู้บริหารหลายองค์กรเลือกที่จะลดจำนวนพนักงานลงเพื่อประหยัดงบประมาณและหวัง ROI ในระยะสั้น แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Gartner กลับชี้ให้เห็นความจริงที่สวนทางว่า การลดคนไม่ได้การันตีถึงผลกำไรหรือ ROI ที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด