OpenAI เริ่มฝัง Watermark ในข้อความที่สร้างโดย ChatGPT และ Codex ในสหภาพยุโรป ตาม EU AI Act

OpenAI เริ่มฝัง watermark แบบมองไม่เห็นลงในข้อความที่สร้างโดย ChatGPT และ Codex สำหรับผู้ใช้งานในสหภาพยุโรป เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความโปร่งใสของ EU AI Act โดยจะทยอยเปิดใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Credit: OpenAI

กฎด้านความโปร่งใสของ EU AI Act กำหนดให้ผู้พัฒนา AI ต้องทำเครื่องหมายกำกับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ในรูปแบบที่ระบบอื่นสามารถตรวจสอบได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม OpenAI ระบุว่าจะทยอยเปิด watermark ให้ผู้ใช้งาน ChatGPT และ Codex ที่เข้าเกณฑ์ทุกแพ็กเกจ แต่จำกัดเฉพาะในสหภาพยุโรปเท่านั้น ขณะที่นักพัฒนาที่ใช้ API ของ OpenAI ทั่วโลกสามารถเปิดใช้งานกับบางโมเดลได้แล้ว โดยค่าเริ่มต้นจะปิดไว้ ทั้งนี้ บริษัทระบุว่ายังไม่ได้กำหนดให้ text watermarking เป็นค่าเริ่มต้นในระดับโลกตั้งแต่ช่วงเปิดตัว

Watermark ดังกล่าวไม่ใช่สัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ แต่ทำงานด้วยการปรับการเลือกใช้คำของโมเดลอย่างละเอียด จนเกิดเป็นรูปแบบที่ผู้อ่านสังเกตไม่ได้แต่เครื่องมือตรวจจับอ่านออก และเนื่องจากร่องรอยนี้ฝังอยู่ในตัวคำ จึงติดไปกับข้อความเมื่อมีการคัดลอกและวาง OpenAI ยังเผยแพร่รายงานทางเทคนิคของวิธีการนี้ในชื่อ textGrain ซึ่งจัดทำร่วมกับนักวิจัยจาก University of Pennsylvania และ Yale รายงานดังกล่าวอธิบายการใช้ secret key จัดลำดับการทำนายคำถัดไปของโมเดล เมื่อสะสมการปรับเล็ก ๆ เหล่านี้หลายร้อยจุด ตัวตรวจจับจะระบุได้ว่าข้อความนั้นสร้างจาก AI โดยอาศัยเพียงตัวข้อความกับ key เท่านั้น OpenAI ระบุว่า watermark ไม่ได้ระบุตัวตนของผู้ใช้งาน และไม่พบการเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพของโมเดลอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปิดใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบของ OpenAI เองชี้ว่าการแก้ไขข้อความสามารถลบ watermark ออกไปได้ โดยการแทนที่คำด้วยคำพ้องความหมายเพียง 10% ทำให้อัตราการตรวจจับลดลงจากราว 92% เหลือ 66% นอกจากนี้ ข้อความสั้น คำตอบทางคณิตศาสตร์ และข้อความที่ผ่านการแปลภาษา ล้วนตรวจจับได้ยากกว่าปกติ ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่บริษัทเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือตรวจจับเฉพาะนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุมัติในช่วงแรก เพื่อช่วยประเมินความน่าเชื่อถือและแนวทางการใช้งานที่เหมาะสม OpenAI ยังเตือนว่าการไม่พบ watermark ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อความนั้นเขียนโดยมนุษย์ เพราะอาจเป็นข้อความที่สั้นเกินไป ถูกแก้ไขอย่างหนัก หรือมาจาก AI ของผู้ให้บริการรายอื่น ในทางกลับกัน watermark บอกได้เพียงว่าระบบของ OpenAI สร้างหรือประมวลผลข้อความบางส่วน แต่ไม่ได้บอกว่ามนุษย์มีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือแก้ไขมากน้อยเพียงใด

ก่อนหน้านี้ Anthropic ประกาศฝัง watermark ในข้อความที่สร้างโดย Claude เช่นกัน แต่บังคับใช้ทั่วโลก ซึ่งสร้างเสียงคัดค้านจากผู้ใช้งานบางส่วนที่มองว่าตนเองเป็นผู้กำหนดคำสั่ง บริบท และการตัดสินใจ ส่วน AI เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น ด้าน OpenAI เคยพัฒนา watermark สำหรับข้อความมาก่อนแต่ชะลอการเปิดตัวไว้ ส่วนหนึ่งเพราะกังวลว่าผู้ใช้งานจะย้ายไปใช้บริการของคู่แข่งที่ไม่ฝัง watermark ตามรายงานของ The Wall Street Journal ปัจจุบัน Anthropic, Google, Meta, Microsoft และ OpenAI อยู่ในกลุ่มบริษัทที่ร่วมปฏิบัติตาม code of practice ของสหภาพยุโรปว่าด้วยเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ https://openai.com/index/eu-text-provenance/

ที่มา: https://techcrunch.com/2026/10/05/openai-will-start-watermarking-chatgpts-text-in-the-eu/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Dell ขยาย AI Data Platform เพิ่ม Semantic Layer และ Knowledge Graph ป้อน Context ให้ AI Agent

Dell ขยายความสามารถของ Dell AI Data Platform ด้วย Unified Semantic Layer, Enterprise Knowledge Graph และ Knowledge …

Atlassian เตือนช่องโหว่ Critical บน Data Center เปิดให้อ่านไฟล์ได้โดยไม่ต้อง Authentication

Atlassian ออกคำเตือนให้ผู้ดูแลระบบอัปเดตผลิตภัณฑ์ตระกูล Data Center โดยด่วน หลังพบช่องโหว่ระดับ Critical ที่เปิดให้ผู้โจมตีอ่านไฟล์บนระบบได้โดยไม่ต้องผ่าน authentication