OpenAI เซ็นดีลยักษ์ จ่าย Oracle 3 แสนล้านดอลลาร์ ซื้อคลาวด์ให้ AI

OpenAI ยืนยันว่าได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์จาก Oracle ในระยะเวลาประมาณห้าปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างศูนย์ข้อมูล Project Stargate ที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ข้อตกลงนี้ถือเป็นหนึ่งในสัญญาคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่มากกว่ารายได้ปัจจุบันของ OpenAI หลายเท่า สะท้อนให้เห็นถึงการใช้จ่ายอย่างมหาศาลในศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทใน Silicon Valley

OpenAI และ Oracle จะสร้างกำลังการประมวลผลของศูนย์ข้อมูลขนาด 4.5 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับการผลิตไฟฟ้ามากกว่าสองเขื่อน Hoover หรือพลังงานที่ใช้โดยบ้านเรือนในสหรัฐฯ ราว 4 ล้านครัวเรือน ตามรายงานของ Wall Street Journal

ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นมากกว่า 42% ในวันพุธ เนื่องจากรายงานว่ามีรายได้จากสัญญาในอนาคตเพิ่มขึ้นถึง 3.17 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด Safra Catz ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Oracle กล่าวกับนักวิเคราะห์ทางสายโทรศัพท์ว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญากับลูกค้า 3 ราย ซึ่งปัจจุบันทราบแล้วว่าหนึ่งในนั้นคือ OpenAI

สัญญานี้เริ่มมีเบาะแสตั้งแต่เดือนมิถุนายน เมื่อ Oracle ระบุในการยื่นเรื่องต่อหน่วยงานกำกับดูแลว่าได้บรรลุข้อตกลงบริการคลาวด์ที่จะสร้างรายได้มากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027 และรายได้จะเพิ่มขึ้นทุกปีเมื่อโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลทยอยเปิดใช้งาน ต่อมา OpenAI เปิดเผยในเดือนกรกฎาคมว่าได้ตกลงซื้อกำลังการประมวลผล 4.5 กิกะวัตต์จาก Oracle แต่ไม่ได้เปิดเผยขนาดของสัญญาในเวลานั้น

Project Stargate ถูกประกาศที่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม เมื่อ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI และ Larry Ellison ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Oracle ปรากฏตัวเคียงข้าง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดย Trump ระบุว่าเป็นความพยายามเพื่อสร้างความเป็นผู้นำด้าน AI ของอเมริกา ทั้งสองพันธมิตรได้ให้คำมั่นเริ่มแรกว่าจะสร้างศูนย์ข้อมูลอย่างน้อย 1 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะขยายเป้าหมายเป็น 5 แสนล้านดอลลาร์ใน “อีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

ต่อมา OpenAI ยืนยันว่า Stargate คือแบรนด์สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลทั้งหมดของบริษัท แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่าง SoftBank Group ด้วย หลัง OpenAI ประกาศ Stargate ก็ได้รับการสนับสนุนไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย 5 แสนล้านดอลลาร์ และการก่อสร้างได้เริ่มต้นแล้วที่เมืองอาบีลีน รัฐเทกซัส

สองบริษัทนี้ไม่ใช่รายเดียวที่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ให้เร็วที่สุด คู่แข่งอย่าง Amazon Web Services, Microsoft, Google และ Meta Platforms ก็ได้ประกาศลงทุนรวม 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของตนเองในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของ OpenAI และ Oracle อาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจาก OpenAI ยังห่างไกลจากการทำกำไร ตรงกันข้ามบริษัทกลับเผชิญการขาดทุนหนัก โดยในเดือนมิถุนายนมีการเปิดเผยว่ามีรายได้ต่อปีราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าหนึ่งในห้าของค่าใช้จ่าย 6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับการสร้างและเช่าโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล

ขณะเดียวกัน Oracle กำลังเดิมพันรายได้ในอนาคตจำนวนมหาศาลกับลูกค้ารายเดียว และอาจต้องกู้ยืมเงินเพื่อจัดหาชิป AI ที่จำเป็นสำหรับศูนย์ข้อมูลตามแผน

Altman ได้ลงเดิมพันกับโครงการที่เสี่ยงหลายครั้ง โดยรายงานระบุว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับ Broadcom เพื่อพัฒนาชิป AI แบบกำหนดเอง และพยายามสร้างอุปกรณ์ที่จะแข่งขันกับ iPhone ของ Apple บริษัทซึ่งได้รับเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์นี้ใช้จ่ายเงินเร็วกว่าเกือบทุกสตาร์ทอัพในประวัติศาสตร์ โดยปีที่แล้ว Altman บอกนักลงทุนว่าไม่คาดหวังให้ OpenAI มีกำไรก่อนปี 2029 และอาจต้องใช้เงินมากถึง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อไปถึงจุดนั้น

ดังนั้น ข้อตกลงของ OpenAI และ Oracle จึงเป็นการเดิมพันว่า ChatGPT จะยังเติบโตอย่างรวดเร็วและถูกใช้งานโดยผู้บริโภคหลายพันล้านคนและธุรกิจนับพันทั่วโลก แต่ก็ยังต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Google และสตาร์ทอัพด้าน AI อื่น ๆ เช่น Anthropic รวมถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ กับ Microsoft ผู้สนับสนุนทางการเงินหลัก

รายงานของ Journal ระบุว่า Oracle มีภาระหนี้สินสูงกว่ามูลค่าเงินสดในมือมาก เมื่อเทียบกับ Microsoft, Amazon และ Meta ทั้งนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Oracle มีมูลค่ามากกว่ากระแสเงินสดที่มีอยู่แล้ว โดยมีอัตราหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่ 427% เทียบกับเพียง 32% ของ Microsoft

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ Holger Mueller จาก Constellation Research กล่าวว่า Oracle ยังมีทางเลือกหากข้อตกลงล้มเหลว เขามองว่า Oracle สามารถเสี่ยงได้เพราะบริษัทอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งมาก โดยเพิ่งทำสถิติราคาหุ้นพุ่งสูงสุดในวันเดียวตั้งแต่ปี 1992

“Oracle อาจเข้าสู่ตลาดคลาวด์ช้ากว่าคู่แข่ง hyperscaler รายอื่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะการสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใหม่กว่าหมายความว่ามีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ทันสมัยที่สุด อีกทั้งยังออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับฐานข้อมูล Oracle ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับงาน AI” Mueller กล่าวเสริมว่า Oracle ยังลงทุนหนักใน GPU ของ Nvidia และมีศักยภาพรองรับมากเพียงพอ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Oracle มีทุกสิ่งที่ OpenAI ต้องการ และนั่นคือเหตุผลที่ถูกเลือกก่อนผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายอื่น โดย Mueller ระบุว่าความเสี่ยงระยะสั้นคือ Oracle อาจเจอปัญหาระหว่างการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ส่วนความเสี่ยงระยะกลางคือ OpenAI ไม่สามารถเติบโตได้พอที่จะคุ้มกับค่าใช้จ่าย 6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีในด้านคอมพิวต์ AI

“แต่ Larry Ellison และ Safra Catz กำลังเดิมพันว่า หาก OpenAI ไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขายังสามารถใช้กำลังการผลิตดังกล่าวกับลูกค้าฐานข้อมูล Oracle เพื่อการฝึก AI ได้” Mueller กล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทมีทางเลือกสร้างรายได้ทดแทนอื่น ๆ หากจำเป็น

นอกจากนี้ OpenAI และ Oracle ยังได้ตกลงโครงการแยกต่างหากเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้ข้อตกลงที่เจรจาโดย Trump และรัฐบาลของประเทศนั้น ซึ่งเป็นการร่วมทุนที่มี SoftBank, บริษัทการลงทุน G42 และผู้มีส่วนร่วมรายอื่นเข้าร่วมด้วย โดย G42 จะร่วมลงทุนกับศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ในสหรัฐฯ ด้วย ข้อตกลงคือทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะต้องลงทุนจำนวนเท่ากันในศูนย์ข้อมูลสหรัฐฯ ด้วย

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/09/10/openai-oracle-strike-300b-cloud-computing-deal-power-ai/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ