Breaking News

เตือนช่องโหว่ Zero-day บน Google Chrome เสี่ยงถูกเข้าควบคุมอุปกรณ์ พบรายงานการก่อเหตุแล้ว

Clement Lecigne นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Threat Analytics Group ของ Google ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงของ Google Chrome ทั้งบน Windows, macOS และ Linux ซึ่งอาจเสี่ยงถูกแฮ็กเกอร์ลอบรันโค้ดและเข้าควบคุมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตแพตช์โดยด่วน

ช่องโหว่ดังกล่าวมีรหัส CVE-2019-5786 เป็นช่องโหว่ Use-after-free ภายในส่วนประกอบ FileReader ของ Google Chrome ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถลอบโจมตีแบบ Remote Code Execution เพื่อรันคำสั่งและเข้าควบคุมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Chrome ที่รันบนระบบปฏิบัติการยอดนิยมทั้ง Windows, macOS และ Linux

ทาง Google ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงเทคนิคเกี่ยวกับช่องโหว่ดังกล่าว แต่คาดว่าช่องโหว่ Use-after-free บน FileReader นี้จะช่วยให้แฮ็กเกอร์ที่มีสิทธิ์ต่ำหรือไม่มีสิทธิ์ สามารถยกระดับสิทธิ์ให้สูงขึ้นเพื่อหลุดจากการป้องกัน Sandbox ของ Google Chrome และลอบรันโค้ดแปลกปลอมบนระบบของเป้าหมายได้ ส่วนวิธีการโจมตีนั้น คาดว่าแฮ็กเกอร์คงหลอกให้ผู้ใช้เปิดหรือเปลี่ยนเส้นทางให้มาเข้าถึงเว็บเพจที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ใช้ก็โจมตีได้ทันที

Google ได้แจ้งเตือนว่า พบรายงานการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แล้วหลายราย จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดต Google Chrome เป็นเวอร์ชันล่าสุด 72.0.3626.121 โดยเร็ว

ที่มา: https://thehackernews.com/2019/03/update-google-chrome-hack.html



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ