Microsoft ประกาศจัดตั้งดาต้าเซนเตอร์แห่งแรกในมาเลเซีย

Microsoft ได้ประกาศโครงการความร่วมมือในประเทศมาเลเซียหรือ ‘Bersama Malaysia’ (Together with Malaysia) เพื่อตอบสนองเศรษฐกิจดิจิทัลและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน นอกจากนี้ยังวางแนวทางสร้างทักษะแก่ประชาชนในประเทศให้ได้ถึง 1 ล้านคนภายในปี 2023

credit : Microsoft

การลงทุนในการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ทาง IDC ประเมินว่าน่าจะก่อเกิดช่องทางรายได้ใหม่กว่า 4,600 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯในมาเลเซียภายใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งสร้างตำแหน่งงานใหม่ทั้งทางตรงหรืออ้อมไม่น้อยกว่า 19,000 ตำแหน่ง โดยจะช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงคลาวด์ของ Microsoft อย่างเช่น Microsoft Azure, Microsoft 365, Dynamics 365 และ Power Platform

Microsoft เองตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ในการทำงานร่วมกันกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสตาร์ทอัปเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยมีความร่วมมือกับ the Social & Economic Research Initiative (SERI) เพื่อจัดตั้ง MYDigital Alliance Leadership Council ในการให้คำแนะนำองค์กรเพื่อแนะแนวทางด้าน Cloud-first และ Digital-native ซึ่งจะเริ่มต้นหารือกันในเรื่องของภาคการศึกษาและ Digital Workforce พร้อมกันนี้ยังมีเสียงตอบรับจากบริษัทชั้นนำของมาเลเซียอย่าง Petronas และ Celcom Axiata Berhad รวมถึงบริษีทชั้นนำอื่นๆ นอกจากนี้ Microsoft ยังได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับท้องถิ่นอย่าง Enfrasys Solution เพื่อให้บริการคลาวด์แก่ภาคประชาชนมาเลเซียโดยตั้งเป้าไว้ในปี 2023

คาดว่าภายในธันวาคมปี 2023 โครงการ Bersama Malaysia จะสร้างทักษะให้แก่ประชาชนได้ถึง 1 ล้านคน ทั้งนี้ Microsoft ได้เข้าไปทำงานร่วมกับทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาลและเอกชน เพื่อยกระดับให้ประเทศมาเลเซียก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

ที่มา : Microsoft Malaysia

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

หัวเว่ย คลาวด์ เสริมศักยภาพพันธวณิชลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน 30% พร้อมเร่งสปีดการจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศความร่วมมือกับพันธวณิช (Pantavanij) แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กร และสร้างรากฐานที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับ AI สำหรับอนาคตของระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว