Meta เปิดตัว Llama 3.3 เล็กลงแต่ทรงพลังกว่าเดิม

โมเดล Open Source ของ Meta ยังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด VP ฝ่าย Generative AI แห่ง Meta คุณ Ahmad Al-Dahle ได้ประกาศลงบน X ว่าตอนนี้ Meta ได้เปิดตัวโมเดล Llama 3.3 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมีขนาดเล็กลง ในขณะที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

โดย คุณ Ahmad Al-Dahle แห่ง Meta ได้ชี้ให้เห็นว่าโมเดล Llama 3.3 ขนาด 70B พารามิเตอร์นั้นมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า Llama 3.1 ที่มีขนาดใหญ่ระดับ 405B พารามิเตอร์ได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าในหลากหลายชุดทดสอบ หากแต่จุดสำคัญคือการทำให้โมเดล Open Source ของ Meta นี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีค่าใช้จ่ายต่อประสิทธิภาพที่ย่อมเยาว์กว่าเดิม

ที่สำคัญ จากตารางผลลัพธ์การ Benchmark จะเห็นว่าประสิทธิภาพของ Llama 3.3 70B นี้ยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า Amazon Nova Pro โมเดล Foundation Model ใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนในหลาย ๆ ชุดทดสอบอีกด้วย

ทั้งนี้ Llama 3.3 ของ Meta นี้ยังคงอยู่ภายใต้ใบอนุญาต Llama 3.3 Community License Agreement ที่หมายความว่าเป็น Royalty-Free ในการใช้งาน ปรับแต่ง (Modification) ทำซ้ำ (Reproduction) จำหน่าย (Distribution) ได้อย่างเต็มที่ โดยต้องมีการอ้างอิงสักเล็กน้อย เช่น “สร้างด้วย Llama (Build with Llama)” เป็นต้น

เรียกว่าเป็นโมเดล Open Source ที่น่าจะช่วยทำให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถเข้าถึงในราคาที่ย่อมเยาว์มากยิ่งขึ้นด้วยประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้ที่สนใจ Llama 3.3 โมเดล Open Source ล่าสุดจาก Meta สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Hugging Face

ที่มา: https://venturebeat.com/ai/meta-launches-open-source-llama-3-3-shrinking-powerful-bigger-model-into-smaller-size/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 เร็วขึ้นกว่า 30% และลดต้นทุนต่องานได้สูงสุด 30%

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 โมเดลตัวที่สองในตระกูล Claude 5.5 ที่สร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% และมีต้นทุนต่องานลดลงสูงสุด 30% เมื่อเทียบกับ Claude Sonnet …

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 90% เคยเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา [PR]

แม้ว่าคนรุ่น Gen Z ทั้งในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และมั่นใจในการใช้งานโลกดิจิทัลมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผลวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยตลาดภายในของ แคสเปอร์สกี้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนทั่วโลก พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือหรือเปลี่ยนรหัสผ่านน้อยกว่าคนรุ่นอื่นๆ