หลังจากที่เทคโนโลยี Container ได้กลับมาเป็นที่นิยมในฝั่ง Data Center Infrastructure ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วยข้อดีหลายๆ ประการ ทาง Mesosphere หนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยี Platform สำหรับ Container เองก็ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าสู่ยุค Container 2.0 ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิมๆ ของเทคโนโลยี Container ในยุคเก่าที่ถูกนับว่าเป็น Container 1.0 กันแล้ว
Container 2.0 ต่างจาก Container 1.0 อย่างไร?
เทคโนโลยี Container แบบเดิมๆ นั้นถึงแม้จะมีข้อดีในแง่ของการแปลง Binary ให้อยู่ในรูป Universal เพื่อนำไปใช้งานบน Environment อื่นๆ ได้อย่างง่ายดายและ Scale ระบบได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงติดข้อจำกัดในประเด็นเรื่องการรองรับเฉพาะ Workload ที่เป็นแบบ Stateless เท่านั้น ทำให้รูปแบบการนำไปใช้งานนั้นยังคงถูกจำกัดอยู่ในบางรูปแบบ และความพยายามในการทำให้ Container สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้นนี้เองคือที่มาของ Container 2.0
ดังนั้นจุดแตกต่างหลักๆ เลยระหว่าง Container 2.0 และ Container 1.0 ก็คือการที่ Container 2.0 นั้นจะมีความสามารถในการรองรับได้ทั้งบริการแบบ Stateless และ Stateful ภายในระบบเดียว ทำให้สามารถรองรับ Application ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น รวมถึงมีความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของการ Deploy ระบบที่จะครอบคลุมไปถึงส่วนของ Data และ Network ได้ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนของ Application, Code และ Component ต่างๆ เหมือนอย่างแต่ก่อน เพื่อให้รองรับระบบที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนสูงขึ้นอย่าง Big Data Analytics หรือ Application ระดับองค์กรได้ด้วยในตัว
นอกจากการ Deploy ระบบขนาดใหญ่ให้เป็นภาพเดียวได้ง่ายขึ้นแล้ว การรองรับ Serverless Computing เองก็เป็นอีกสิ่งที่จะถูกเพิ่มเข้ามาใน Container 2.0 เพื่อตอบโจทย์การพัฒนา Application รูปแบบใหม่ๆ จากเหล่านักพัฒนาด้วยเช่นกัน
Mesosphere DC/OS ตอบโจทย์ Container 2.0 ได้ด้วยสถาปัตยกรรมระบบและการจับมือกับเทคโนโลยีอื่นๆ
DC/OS ของ Mesosphere นั้นรองรับการทำ Container 2.0 ได้ในตัวด้วยการรองรับการทำ Two-level Scheduling ทำให้แต่ละบริการที่รันอยู่บน DC/OS นั้นมี Scheduler เป็นของตัวเองและทำงานได้อย่างอิสระ เชื่อมต่อไปยัง Resource ต่างๆ กันภายในระบบได้ตามต้องการ ทำให้สามารถให้บริการ Container ได้แบบ Stateful และใช้ทรัพยากรต่างๆ ในระบบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดนั่นเอง
นอกจากนี้ DC/OS เองก็ยังรองรับการทำงานร่วมกับ Confluent Platform (Kafka), DataStax Enterprise (Cassandra), Apache Spark และบริการอื่นๆ เพื่อใช้เป็น Backend ในการจัดการข้อมูลและทำให้ภาพของ Container 2.0 นั้นมีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
ในอีกมุมหนึ่ง ทาง Mesosphere นั้นก็เชื่อว่าการนำเทคโนโลยี Container มาใช้ในระดับองค์กรนั้น การสนับสนุนหลังการขายถือเป็นประเด็นที่ขาดไม่ได้ และทาง Mesosphere ก็มีบริการส่วนนี้ให้ด้วยเช่นกัน
ผู้ที่สนใจสามารถทดสอบเทคโนโลยี Container 2.0 บน DC/OS ได้ทันทีที่ https://dcos.io/ เลยนะครับ
ที่มา: https://mesosphere.com/blog/2016/08/01/container-2-0-dcos/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







