[บทสัมภาษณ์] Commvault : มากกว่า Backup Solution สู่แพลตฟอร์ม Data Management

ผู้ทำงานด้านไอทีต่างรู้จักกับชื่อของ Commvault ดีอยู่แล้วในฐานะซอฟต์แวร์สำรองและกู้คืนข้อมูลคุณภาพสูง โดยในวันนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Alicia Joseph, Regional Director, Southeast Asia ของ Commvault ซึ่งเธอได้ช่วยปรับโฟกัสให้เราเข้าใจได้ว่าปัจจุบัน Commvault ไม่ใช่แค่โซลูชัน Backup อีกต่อไปแต่ก้าวเข้าสู่ Data Management Platform มาร่วมกันค้นหาความหมายที่แท้จริงในบทความนี้กันครับ ในวาระเดียวกันนี้คุณศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์, Managing Director จาก Computer Union พันธมิตรหลักของ Commvault ก็ได้มาให้ข้อมูลถึงตลาดในประเทศไทยเช่นกัน

คุณ Alicia Joseph, Regional Director, Southeast Asia – Commvault

นิยามของ Data Management

เคยสงสัยไหมครับว่า Data Management คืออะไร? ท่านอาจจะพบกับคำศัพท์ที่น่าสับสนนี้ในหลากหลายการนำไปใช้ แต่ข้อมูลที่คุณ Alicia แนะนำผ่านประสบการณ์ของเธอในการทำงานมาหลายสิบปีได้ชี้แนะให้เรากระจ่างถึงความหมายที่แท้จริงโดยเฉพาะในกลุ่มของโซลูชันการปกป้องข้อมูลในท้องตลาดที่ใช้คำนี้อ้างถึงยุคถัดไปของการสำรองและกู้คืนข้อมูล ซึ่ง Data Management ประกอบด้วย 5 คุณสมบัติคือ

1.) Data Protection/ Data Backup ความสามารถในการสำรองและกู้คืนข้อมูลแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกันมานาน

2.) Data Security ความสามารถในการต่อกรกับภัยคุกคามที่จ้องเล่นงานข้อมูลโดยเฉพาะเช่น แรนซัมแวร์ที่พยายามทำลายล้างข้อมูลทั้งหมด ซึ่งตัวโซลูชันเองจึงต้องคิดค้นวิธีการบางอย่างมาต่อกรกับความพยายามนี้

3.) Data Compliance มอบความสามารถให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลได้ตามระเบียบข้อบังคับ และกฏหมายด้านข้อมูล

4.) Data Transformation ในยุคของการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลที่กว้างใหญ่ ข้อมูลนั้นมีการเคลื่อนไหวอย่างไร้ขอบเขตเช่น ย้ายข้อมูลจาก On-premise สู่คลาวด์ หรือจากคลาวด์สู่คลาวด์ การนำข้อมูลจริงไปใช้ทดลอง และอื่นๆ ดังนั้นโซลูชันที่ท่านใช้อยู่จะต้องอำนวยความสะดวกให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้โดยง่าย

5.) Data Insight/ Visibility ผู้ดูแลสามารถเห็นภาพของข้อมูลได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดขึ้น สถานที่จัดเก็บ และจุดประสงค์ของการเก็บใช้งาน เมื่อเข้าใจภาพแล้วจึงสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างแท้จริง

นี่คือคุณสมบัติทั้ง 5 ในโซลูชันใดๆที่เรียกตัวเองว่า Data Management โดยสินค้าของแต่ละเจ้าก็จะมีวิธีการทำงานในแบบของตัวเอง แต่น้อยรายที่จะมีความครบครันอย่าง Commvault ซึ่งไม่เพียงแค่มี Function ครบถ้วน อยู่ใน Single Data Management Platfrom แล้ว แต่การเริ่มต้นยังทำได้ง่าย ปราศจากแนวคิดแบบเสริมส่วนประกอบภายหลัง สำหรับผู้สนใจสามารถขอคำปรึกษาออกแบบได้จากทีมงาน Computer Union

อนาคตของโซลูชันด้านการบริหารจัดการข้อมูลในประเทศไทย

Commvault ประกอบธุรกิจมาอย่างยาวนานซึ่งคุณ Alicia ได้ยืนยันในคำตอบเมื่อถูกถามถึง ความต้องการที่มองหาโซลูชันด้านการบริหารจัดการข้อมูลว่า ” เรายังไม่เห็นโอกาสที่ข้อมูลจะเติบโตน้อยลงเลยนะ จากที่ประกอบธุรกิจมายาวนาน มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ความเป็นจริงก็คือทุกองค์กรก็ยังคงรักษาข้อมูลเก่าไว้ แต่ข้อมูลใหม่จากระบบหลั่งไหลเข้ามาทุกวินาที โดย IDC เองยังคาดการณ์ว่าในปี 2025 จำนวนข้อมูลดิจิตัลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 163 zettabytes ด้วยเหตุนี้เองตลาดโซลูชันการจัดการด้านข้อมูลยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อไป

นอกจากแรงผลักดันในเชิงปริมาณของข้อมูลแล้ว แรนซัมแวร์เองยังคงเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงและเพิ่มจำนวนขึ้นไม่แพ้กัน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IDC คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านโซลูชั่นและบริการด้านความปลอดภัยในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 15.5% จากปี 2564 เนื่องการเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์และแรนซัมแวร์

คุณศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์, Managing Director จาก Computer Union

จากการให้คำปรึกษาลูกค้าจำนวนมากในประเทศไทย คุณศุภกิจได้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรในประเทศไทยต่างตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในโลก ผนวกกันกับความกดดันในเรื่องกฏหมายด้านข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ทุกองค์กรจัดความสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลเป็นลำดับต้นๆ เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นการกู้คืนความเชื่อมั่นภายหลังเป็นเรื่องไม่ง่ายและใช้เวลานาน

สำหรับธุรกิจในประเทศไทยเองคุณศุภกิจได้แนะนำให้องค์กรวางแผนด้านการจัดการข้อมูลดังนี้

1.) ต้องเข้าใจนิยามของ Data Management เสียก่อน เพื่อจะได้ทราบความต้องการของตนว่าอยู่จุดไหน ซึ่งแรกเริ่มท่านอาจจะไม่ได้ใช้ทั้งหมด โดย Commvault มีครบทุกองค์ประกอบเตรียมไว้แล้ว หากในอนาคตลูกค้าต้องการความสามารถเพิ่มก็พร้อมใช้ได้ทันที

2.) Zero Loss จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเครื่องมือที่ท่านมีสามารถบูรณาการภาพข้อมูลทุกแห่งหน สามารถมองเห็นความเคลื่อนไว้ได้ทุกที่ทุก platform ทั้ง Cloud, On-premise, VM และ Container

3.) รู้เร็ว และแก้ไขเร็ว โอกาสถูกโจมตีมีเสมอ แต่เครื่องมือที่มีจะช่วยกู้คืนสถานการณ์มาได้อย่างไรให้รวดเร็วที่สุดและง่ายที่สุด

Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform

“Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform” ประโยคนี้ถูกพูดถึงตลอดการสัมภาษณ์จากคุณ Alicia ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ Commvault สรรสร้างขึ้นมาเพื่อลูกค้าทุกราย โดยความหมายที่แท้จริงก็คือ Commvault ทราบดีว่าปัจจุบันระบบไอทีซับซ้อนมากเกินไป ด้วยเหตุนี้เองซอฟต์แวร์ที่ดีคือซอฟต์แวร์ที่เข้าใจง่ายพร้อมใช้งาน ผู้ใช้ไม่ต้องปรับตัวเยอะ ทุกอย่างเน้นความเป็นอัตโนมัติบน Platform เดียว ซึ่งไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การปฏิบัติงานเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงนี้ Human Error คือปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสในความเสียหายของข้อมูล ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงงานจากน้ำมือมนุษย์ได้เท่าไหร่ความเสี่ยงย่อมลดลงเช่นกัน

ไม่ว่าข้อมูลขององค์กรจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด โดยปณิธานที่แน่วแน่ของ Commvault คือการช่วยจัดการข้อมูลของลูกค้าได้ในทุกฮาร์ดแวร์ หรือคลาวด์ใดๆ เช่น ผู้ใช้งานคลาวด์ส่วนใหญ่มักจะตระหนักถึงปัญหาในภายหลังเมื่อใช้งานคลาวด์ไประยะหนึ่งว่า การย้ายข้อมูลออกนั้นไม่ง่ายเลย แต่หากเป็นผู้ใช้งาน Commvault สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา หรืออีกกรณีการย้ายข้อมูลข้าม Hypervisor จาก VMware สู่ Hyper-V กรณีนี้ก็สร้างผลกระทบให้ผู้ใช้งาน Commvault น้อยมากเพราะทำได้อย่างอัตโนมัติ โดย Commvault สามารถทำงานร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และคลาวด์ได้มากมายทั้ง Dell, IBM, HPE, VMware, Azure, Huawei Cloud, AWS, Google และอื่นๆ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่

ลูกค้าต้องสามารถย้ายข้อมูลข้ามคลาวด์ หรือฮาร์ดแวร์ใดก็ได้ ไม่ใช่แค่ง่ายแต่ยังทำงานได้แบบ Native” — คุณ Alicia กล่าว

การขาดแคลนผู้มีทักษะด้านไอทีในตลาดงานเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆและเป็นกันทั้งโลกก็ว่าได้ ดังนั้นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือโซลูชันต้องไม่สร้างภาระเพิ่มให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ตรงนี้เอง Commvault จึงได้สร้างแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์เรื่องต่างๆในตัวเอง ซึ่งไม่ว่าต้องการบริหารจัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ใด ลูกค้าก็สามารถใช้เครื่องมือเดียวกันนี้ของ Commvault ทำงานได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีความต้องการอย่างไรก็ตามเช่น การทำงานเรื่อง Compliance, Backup & Restore หรืออื่นๆ

ในยุคที่ข้อมูลเติบโตอย่างไร้ที่สิ้นสุด องค์กรต้องเผชิญกับความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูลยี่ห้อใหม่ๆ ผู้ให้บริการคลาวด์ที่นำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับงานแต่ละด้าน แน่นอนว่าเพื่อผลประโยชน์สูงสุดองค์กรได้เข้าสู่ยุคแห่ง Multi-cloud ลึกไปกว่านั้นเราไม่ได้มีแค่ On-premise, VM และ Cloud แต่ยังมีเลเยอร์ย่อย Kubernetes หรือ SaaS ที่เพิ่มขึ้นรายวัน นี่คือความท้าทายที่เกิดขึ้นแล้วในองค์กร ด้วยเหตุนี้การจัดการกับข้อมูลจึงไม่เหมือนที่แล้วมา ทำให้เราต้องการเครื่องมือเดียวที่ตอบโจทย์อย่างครอบคลุม และนั่นคือหัวใจสำคัญที่ Commvault กำลังบอกกับพวกเราทุกคนว่า “Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform”

แนวทางการให้บริการของ Commvault ในประเทศไทยผ่านทาง Computer Union

Commvault ได้วางแผนกลยุทธ์ร่วมกับทาง Computer Union ในการรุกตลาดในไทยให้มากขึ้นด้วยขีดความสามารถของ Data Management Platform โดย Commvault เองได้เล็งเห็นความแข็งแกร่งในการบริหารด้านไอทีอย่างครบวงจรของ  Computer Union ซึ่งคุณศุภกิจได้กล่าวเสริมว่า ทาง CU เองเราเน้นโซลูชันที่ช่วยเหลือลูกค้าทั้งในด้าน Cost Optimization , Operation in New Normal และ Sustainable Business Process ด้วยการชู 4 โซลูชันหลัก คือ Hybrid Cloud, Business Analytics & AI &IOT, Security และ Application/ Data Modernization ซึ่งก็สอดคล้องกับโซลูชันของ Commvault ที่เป็น Data Management Platform ที่มีความแข็งแกร่งในตัวผลิตภัณฑ์ทั้งในเรื่องของความครบวงจร ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมที่องค์กรเป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่ยึดติดกับฮาร์ดแวร์ ซึ่งทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์หรือคลาวด์ต่างๆได้ในเชิงลึก รวมถึงความง่ายในการใช้งาน ทำให้ Computer Union ตัดสินใจนำ Commvault เข้ามาทำตลาดในไทยก็ช่วยให้เรา design solution ได้ครบถ้วนให้กับลูกค้า และ CU เองก็ยังช่วยสนับสนุนด้าน POC, Technical Skill ต่าง ๆ และการ Implementation

หลายครั้งที่เราไม่ได้คาดหวังที่จะขายให้ลูกค้า เราเพียงพยายามช่วยลูกค้าแก้ปัญหาต่างหาก เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเราช่วยเขาได้ ความไว้วางใจนั้นก็ย้อนกลับมาหาเราเอง” — คุณศุภกิจกล่าวทิ้งท้าย

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

บิทคับ อะคาเดมี ร่วมกับ โรงเรียน อัสสัมชัญ (บางรัก) เสริมทักษะด้านเทคโนโลยี [Guest Post]

ผ่านโครงการ “เปิดโลกกิจกรรมการเรียนรู้ Metaverse with Blockchain”

BSS Webinar: เพิ่มประสิทธิภาพ รู้ทันพฤติกรรมมัลแวร์ ด้วยนวัตกรรมใหม่ผสาน AI จาก BlackBerry EDR

Bangkok Systems ร่วมกับ BlackBerry ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Cybersecurity เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “เพิ่มประสิทธิภาพ รู้ทันพฤติกรรมมัลแวร์ ด้วยนวัตกรรมใหม่ผสาน AI จาก BlackBerry EDR” ในวันอังคารที่ …