Intel เผยชิปประมวลผล 14th กำลังจะมาในธันวาคมนี้

Intel ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชิปรุ่นถัดไปหรือ 14th ที่ใช้ชื่อโค้ดว่า ‘Meteor Lake’ โดยคาดว่าจะปล่อยออกมาราวเดือนธันวาคมนี้ เพื่อกรุยทางต้อนรับงาน CES ต้นปีถัดไป ครั้งนี้มีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทั้งแนวคิดการออกแบบที่เป็น Chiplet และส่วนประกอบต่างๆ รวมถึงแนวคิดการทำงานของ E-core และ P-Core ที่ต่างจาก 12th และ 13th รวมไปถึงความคืบหน้าของชิปประมวลผลกราฟฟิคซึ่งไม่ค่อยคืบมาตั้งแต่ปลายปี 2020

credit : Arstechnica

แนวคิดการออกแบบ Chiplet

Meteor Lake คือชิปฝั่ง Consumer รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้การออกแบบในลักษณะ Chiplet หรือการที่นำแต่ละส่วนมาเชื่อมต่อกันแทนการอัดทั้งหมดไว้บน Die ตัวเดียว ซึ่งเทคโนโลยีการแพ็กเกจเรียกว่า ‘Foveros’ สำหรับ Meteor Lake ได้ถูกแบบออกเป็นส่วนย่อย (Tile) 5 ชิ้น ซึ่งจะมีตัวหนึ่งทำหน้าที่เพื่อเป็นตัวประกอบให้ส่วนอื่นคุยได้ ดังนั้น tile อีก 4 ตัวที่มีบทบาทจริงๆคือ

1.) Compute Tile หรือก็คือ CPU นั่นเอง โดยภายในจะมีหน่วยประมวลผล P-Core 6 ตัวบนสถาปัตยกรรม Redwood Cover และ E-Core 8 ตัวบนสถาปัตยกรรม Crestmont 

2.) Graphic Tile หรือก็คือส่วนประมวลผลกราฟฟิคแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่พูดง่ายๆก็คือมีใส่ Intel ARC GPU เข้ามาพร้อมทำหน้าที่ Ray-tracing ด้วยฮาร์ดแวร์

3.) IO Tile ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับภายนอกเช่น PCIe 5.0 และ Thunderbolt 4 

4.) SoC Tile ส่วนนี้แหละที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยมีสิ่งที่เรียกว่า E-Core 2 ตัวบนสถาปัตยกรรม Crestmont แต่ก็ดันมีฟังก์ชัน Decode/Encode Media ที่ปกติอยู่บน GPU รวมถึงมี NPU (Neural Processing Unit) ช่วยงาน AI บนนี้ด้วย นอกจากนี้ SoC Tile ยังรับหน้าที่งานด้าน Wi-Fi, Bluetooth และการเชื่อมต่อหน้าจอ HDMI 2.1 และ DisplayPort 2.1 

Credit : Arstechnica

สำหรับการผลิตทาง Intel จะรับหน้าที่ในส่วนของ Compute Tile ซึ่งใช้กระบวนการ Intel 4 ที่พัฒนากว่า Intel 7 ในขณะที่ Graphic, IO และ SoC เป็นหน้าที่ของ TSMC โดยส่วนแรกจะมีขนาด 5nm และสองส่วนหลังมีขนาด 6 nm

แนวทางการทำงานแบบใหม่ที่แตกต่างจาก 12th และ 13th 

Credit : Arstechnica

เรื่องหลักที่มีการเปลี่ยนแปลงใน 14th นั่นก็คือวิธีการจัดการทำงาน โดย Thread Director ของ 14th พยายามใช้ E-Core บน SoC ให้คุ้มสุด ซึ่ง E-core บน SoC ถูกวางตัวว่าเป็น Low-power(LP) E-core เพราะพยายามช่วยลดงานของ Compute tile และ Graphic tile ให้ใช้พลังงานน้อยที่สุดเพราะประหยัดพลังงาน

ไอเดียก็คือจะพยายามใช้ LP E-core ก่อนหากเกินรับจริงๆ ค่อยส่งต่อไปที่ Compute tile โดย E-core Cluster ในนั้นเหมาะสำหรับงานที่ไม่ใช่ Multi-thread นักแต่ P-core จะทำงานขั้นสูงกว่าที่ E-core จะรับไหว เพราะ 1 P-core จะมี 2 Thread แต่ 1 E-core เท่ากับ 1 Thread ทั้งนี้วิธีคิดของ 12th และ 13th คืองานสำคัญส่งไปยัง P-core โดยไม่เกี่ยวกับ E-core นั่นอาจเป็นเพราะว่าเดิมที่ Gracement E-core (ใน 12th และ 13th) มาเป็นกลุ่ม 4 แต่ Crestmont E-core คือกลุ่ม 2 ซึ่งเล็กกว่าคล่องตัวกับการรับงานระดับต่ำได้ดีกว่า

สิ่งอื่นที่น่าสนใจก็คือ

  • P-core ไม่ได้เปลี่ยนแปลงนักเทียบกับ 12th และ 13th ก็แค่ Clock Speed สูงขึ้นแต่อัตราคำสั่งต่อนาฬิกาหรือกลุ่มคำสั่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก
  • E-core ยังได้รับการพัฒนาให้มี VNNI Instruction ซึ่งช่วยได้ในงาน AI โดยเฉพาะ AVX10 ซึ่งได้รับข้อดีของ AVX 512 Instruction ที่ไม่จำเป็นต้องมี Register 512 บิต ก่อนหน้านี้ 12th และ 13th E-core ไม่ได้ส่วนนี้มา มีเพียง P-Core ที่รองรับ

ความคืบหน้าของกราฟฟิคที่ Intel ไม่มีข่าวมานาน

12th และ 13th ยังคงอาศัย GPU เดิมๆที่ออกมาตั้งแต่ 11th ราวปลายปี 2020 แต่ใน Mateor Lake ทาง Intel คุยว่าประสิทธิภาพจะเพิ่มเป็น 2 เท่าต่อวัตต์ที่ใช้เทียบกับ Iris Xe GPU โดยมีการใช้สถาปัตยกรรมใหม่ที่เรียกว่า Xe-LPG (low-power gaming) และสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Intel Arc A-Series ที่เรียกว่าเป็น Xe-HPG (High-power gaming)

Xe-LPG (low-power gaming) มี Clock Speed สูงขึ้นและฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยทำงานได้สูงสุดที่ 128 Vector Engine (หรือก็คือ Execution Unit:EU) จากรุ่นก่อนทำได้ที่ 96 Vector Engine แต่คาดว่าน่าจะไม่เปิดเต็ม เพราะรุ่นก่อนก็มาที่ 80 จาก 96

ดูเหมือนว่า Xe-LPG จะคล้ายคลึงกับ Dedicate Arc GPU แต่สิ่งที่หายไปก็คือการรองรับเพียงแค่ DP4a instruction แทน XMX ซึ่งช่วยในการแสดงผลกับเกมระดับ 60 FPS

อย่างไรก็ดีการมาถึงของ 14th ยังมีชื่อเรียกในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ถูกเปลี่ยนไปด้วยเช่น Ultra Processor สำหรับรุ่น 5, 7 และ 9 ประเด็นคือคำศัพท์ใหม่นี้มีคุณสมบัติพิเศษอะไร นอกจากแค่การเปลี่ยนชื่อเรายังคงต้องเรียนรู้กันต่อไป พร้อมกับความสับสนที่ยังคงอยู่เช่นเดียวกับ Core 2 Quad และ Core 2 Duo

ที่มา : https://arstechnica.com/gadgets/2023/09/intels-meteor-lake-cpus-bring-a-much-faster-gpu-radically-new-chip-design/ และ https://arstechnica.com/gadgets/2023/06/next-gen-core-and-core-ultra-cpus-lose-an-i-as-intel-shuffles-its-branding/ และ https://www.howtogeek.com/intels-14th-gen-cpus-are-coming-in-december/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ