Google เผย นักพัฒนา Rust มีประสิทธิผลดีกว่า C++ ถึง 2 เท่า

หลังจากการผงาดของ Rust ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Google รายงานล่าสุดเผยว่า Rust มีประสิทธิผลที่ดีมาก ๆ และถึงจุดที่นักพัฒนาระบบที่ใช้ภาษา Rust นั้นมีประสิทธิผล (Productive) มากกว่าการใช้ C++ ถึง 2 เท่าแล้ว

จากงาน Rust Nation UK Conference ในลอนดอนเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมแห่ง Google คุณ Lars Bergstrom ที่ทำเครื่องมือ Android Platform Tools & Libraries ต่าง ๆ เผยว่ากำลังเปลี่ยนภาษาเขียนโปรแกรมจาก Go หรือ C++ ไปที่ภาษา Rust แทนแล้วด้วย

“ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มันเป็นบทสนทนาที่ยากจริง ๆ” คุณ Lars Bergstorm กล่าว “ฉันอาจจะไปและพูดคุยกับผู้คนที่อาจจะกล่าวว่า ‘เดี๋ยว เดี๋ยว คุณมีคำ Keyword ที่ไม่ปลอดภัยอยู่นะ’ ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเราควรจะต้องเขียนเป็น C++ ไปจนกว่าจักรวาลจะสูญสลายไปด้วยความร้อนหรือ”

ด้วยเหตุผลหลักคือเรื่องช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security) โดยเฉพาะเรื่องหน่วยความจำ (Memory Safety) ที่ดูเหมือนเป็นปัญหาระดับชาติ จึงทำให้หลาย ๆ แห่งทยอยย้ายไปทาง Rust มากขึ้นเรื่อย ๆ 

อย่างเช่นในปี 2022 ที่ผ่านมา CTO แห่ง Microsoft Azure คุณ Mark Russinovich ก็ได้เริ่มแย้งโครงการที่จะใช้ C/C++ เพื่อให้มาใช้ Rust แทนแล้ว หรืออย่างใน Google เองก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนให้นักพัฒนาย้ายการใช้ภาษา Java ไปใช้ Kotlin แทน รวมทั้ง C++ ให้ย้ายไปใช้ Rust แทนเช่นเดียวกัน

แม้ว่า Rust อาจจะไม่ได้เป็นภาษาที่นิยมในวงกว้าง ณ เวลานี้ แต่ก็เป็นไปได้ว่า Rust อาจจะค่อย ๆ เติบโตขึ้น และอาจแทนที่ C++ ในสักวันหนึ่งก็เป็นได้ก็เป็นได้

ที่มา: https://www.theregister.com/2024/03/31/rust_google_c/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

JetBrains เปิดตัว JetBrains Air แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Agentic AI สำหรับองค์กร ยกระดับการพัฒนาซอฟต์แวร์สู่ยุค Autonomous Agent

JetBrains ประกาศเปิดตัว JetBrains Air ตัว Open System ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุม จัดการ และกำกับดูแล Software Delivery Workflows ที่ขับเคลื่อนด้วย AI …

Lovable รายได้ต่อปีทะลุ 600 ล้านเหรียญ รับเทรนด์ Vibe Coding โตแรงในบุคคลทั่วไป และระดับองค์กร

Lovable หนึ่งในแพลตฟอร์มผู้บุกเบิกแนวคิด Vibe Coding แจ้งตัวเลขอัตราการสร้างรายได้ต่อปีทะลุ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 500 ล้านดอลลาร์ ที่เคยรายงานไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความต้องการเครื่องมือพัฒนาแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับองค์กร และบุคคลทั่วไปที่แพร่หลายมากขึ้น