Google ออกแพตช์สำหรับ Android อุตช่องโหว่กว่า 50 รายการ

Google ได้ออกแพตช์ของ Android ที่แก้ไขช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2018 กว่า 50 รายการในตัวระบบปฏิบัติการ ซึ่งช่องโหว่ระดับร้ายแรงสามารถนำไปสู่การการยกระดับสิทธิ์และ Remote Code Execution ดังนั้นแนะนำผู้ใช้ควรอัปเดต

Credit: ShutterStock.com

5 ช่องโหว่ในแพตช์ชุด 2018-09-01 ที่ถูกจัดอยู่ว่าร้ายแรงประกอบด้วยช่องโหว่ที่นำไปสู่การยกระดับสิทธิ์และ Remote Code Execution โดย Google กล่าวในคำแนะนำว่า “ช่องโหว่ในระดับร้ายแรงหลายรายการเกิดกับ Media Framework ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถประดิษฐ์ไฟล์เพื่อลอบรันโค้ดได้ในบริบทของโปรเซสที่มีสิทธิ์ระดับสูง” นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขช่องโหว่ความร้ายแรงระดับสูงและกลางอื่นๆ ด้วย โดย Android รุ่นที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าวคือเวอร์ชัน 7.0, 7.1.1, 7.1.2, 8.0, 8.1 และ 9.0 (มีบางรายการกระทบเฉพาะรุ่น 8.0 ขึ้นไป)

แพตช์ชุด 2018-09-05 ได้แก้ไขช่องโหว่ร้ายแรง 6 รายการและรุนแรงสูง 27 รายการ รวมถึง 2 รายการเป็นช่องโหว่ระดับกลาง โดย Bug จะเกิดใน Framework, ส่วนประกอบของ Kernel และ Qualcomm เป็นต้น

ที่มา : https://www.securityweek.com/android-september-2018-patches-fix-critical-flaws


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เสริมพลังประมวลผลให้ถึงขีดสุด ตอบโจทย์ทุกการทำ Digital Transformation ด้วย HPE Superdome Flex 280 Server

เมื่อธุรกิจต่างหันมาพึ่งพาโลกออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อเป็นช่องทางการขายหรือการให้บริการแก่ลูกค้า, การนำซอฟต์แวร์ ERP หรือ CRM มาใช้เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ หรือกรณีอื่นๆ แนวโน้มเหล่านี้ได้ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรนั้นต้องมองหาแนวทางที่จะทำให้ระบบดิจิทัลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงทนทานและมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด

[Guest Post] 5 แนวโน้มธุรกิจไทย หลังประกาศใช้กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ปีนี้นอกจากภาคธุรกิจต้องฟื้นฟูกิจการจากพิษโควิดแล้ว การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน 1 มิถุนายนนี้ กำลังเริ่มเป็นที่จับตาของภาคธุรกิจไทยเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจโลก เพราะทุกที่กำลังจับตาดูว่าไทยจะใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังขนาดไหน เพื่อเชื่อมโยงกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเทศที่บังคับกันอย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปซึ่งหากการบังคับใช้ไม่เกิดผลจริงจัง การกีดกันทางการค้าคงมีผลตามมา