DeepSeek ระดมทุน 7.4 พันล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

มีรายงานว่า DeepSeek ห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน สามารถระดมทุนรอบใหม่ได้กว่า 5 หมื่นล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Credit: DeepSeek

สำนักข่าว The Information และ The Wall Street Journal ได้อ้างอิงแหล่งข่าวว่า มูลค่าประเมินของบริษัท DeepSeek ในปัจจุบันได้พุ่งทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายงานระบุว่าตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ DeepSeek ก้าวขึ้นเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศจีน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า Liang Wenfeng ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DeepSeek ได้ร่วมลงขันในเงินทุนรอบนี้ด้วยตัวเองถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2 หมื่นล้านหยวน) ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Tencent Holdings กำลังพิจารณาที่จะเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนเงินประมาณ 1.48 พันล้านดอลลาร์เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมลงทุนส่วนใหญ่ในรอบนี้ได้ตกลงนำเงินทุนไปฝากไว้ในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บริหารจัดการโดย Liang เพื่อช่วยให้ตัวผู้ก่อตั้งยังคงสามารถรักษาอำนาจในการควบคุมและบริหารจัดการบริษัทเอาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

DeepSeek (หรือชื่อจดทะเบียนอย่างเป็นทางการคือ Hangzhou DeepSeek Artificial Intelligence Basic Technology Research) เป็นบริษัทในเครือของกองทุนบริหารความเสี่ยงที่ชื่อว่า High-Flyer โดยห้องปฏิบัติการ AI แห่งนี้ก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกเมื่อเดือนมกราคม 2025 หลังจากประกาศเปิดซอร์สโมเดลการใช้เหตุผลขั้นสูงที่ชื่อว่า R1 ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนั้นได้สร้างความสั่นสะเทือนจนเกิดการเทขายหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่างหนัก และส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Nvidia ลดลงชั่วคราวถึง 15% ในเวลานั้น

โมเดล R1 มีความสามารถในการประมวลผลผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับ o1 ซึ่งเป็นโมเดลเชิงเหตุผลที่ OpenAI Group ปล่อยออกมาในเดือนธันวาคม 2024 ทว่าจุดเด่นของ DeepSeek คือโมเดลของพวกเขาสามารถทำการประมวลผลผลลัพธ์ได้โดยใช้ฮาร์ดแวร์เพียงเศษเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งการเปิดตัวโมเดลที่ใช้งานฮาร์ดแวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงนี้ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าความต้องการใช้งานตัวเร่งความเร็ว AI ในตลาดอาจลดน้อยลงในอนาคต

หลังจากนั้นในเดือนเมษายน DeepSeek ได้เปิดตัวโมเดลรุ่นถัดมาในชื่อ DeepSeek-V4-Pro ซึ่งมาพร้อมกับขนาด 1.6 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานผู้เชี่ยวชาญ (Mixture-of-Experts) ที่จะเปิดทำงานจริงเพียง 2.84 แสนล้านพารามิเตอร์เท่านั้นในการตอบคำสั่งผู้ใช้ ทั้งนี้ DeepSeek ได้ฝึกฝนโมเดลดังกล่าวด้วยชุดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 32 ล้านล้านโทเคน

โดยทั่วไปแล้ว เครือข่ายประสาทเทียมจะใช้โครงสร้างข้อมูลที่เรียกว่า KV cache ในการประมวลผลผลลัพธ์ ซึ่งโมเดล V4-Pro ตัวใหม่นี้สามารถประมวลผลคำสั่งที่มีความยาวถึง 1 ล้านโทเคนได้โดยใช้ขนาด KV cache เพียง 1 ใน 10 ของโมเดลรุ่นก่อนหน้าอย่าง DeepSeek-V3.2 ส่งผลให้สามารถลดการใช้หน่วยความจำลงได้อย่างมหาศาล และช่วยประหยัดต้นทุนในขั้นตอนการประมวลผลผลลัพธ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความคุ้มค่าด้านต้นทุนของอัลกอริทึมจาก DeepSeek ได้ไปเข้าตาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft โดยสำนักข่าว Axios รายงานว่า ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้อาจจะนำโมเดลของ DeepSeek เวอร์ชันปรับแต่งเฉพาะ เข้าไปเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Cowork Copilot ซึ่งเพิ่งเปิดให้ใช้งานทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใช้อัลกอริทึมของ OpenAI และ Anthropic ที่ขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน

มีรายงานว่า Microsoft วางแผนที่จะใช้โมเดล DeepSeek V4 เวอร์ชันปรับแต่งหรือโมเดลโอเพนซอร์สตัวอื่น ๆ โดยกระบวนการปรับแต่งคือขั้นตอนที่นักพัฒนาจะเข้ามาปรับ AI ให้เหมาะสมกับภารกิจเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพและความเร็วในการประมวลผลผลลัพธ์ คาดว่า Microsoft จะเริ่มทยอยเปิดตัวโมเดลเวอร์ชันปรับแต่งนี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/16/chinas-deepseek-reportedly-raises-7-4b-funding-50b-valuation/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Confluent – Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams [16 ก.ย. 2026 ณ St Regis Bangkok]

Confluent ขอเชิญ CIO, CTO, CDO, CAIO, AI Engineer, Data Engineer, Data Scientist, Cloud Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Confluent - Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams” ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026

Samsung เดินหน้า Floating Data Center คาดเปิดใช้งานจริงปี 2028 หวังแก้ปัญหาพลังงาน และสถานที่ไม่เพียงพอ

ปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านพื้นที่ พลังงาน และความร้อนสะสม กำลังเป็นความท้าทายใหญ่ของ Data Center โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังผลักดันให้เกิดการประมวลผลมหาศาล ล่าสุด Samsung ได้ออกมาประกาศความชัดเจนในการพัฒนา Floating Data Center …