Palo Alto Networks ร่วมกับ NCSA จัดงานแข่งขัน Capture the Flag สร้างทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย

Palo Alto Networks ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จัดการแข่งขัน Capture the Flag (CTF) ซึ่งเป็นรายการแข่งขันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มความรู้ด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้เข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงบ่มเพาะทักษะด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับประเทศไทย โดยมีทีมที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ทีมแข่งขันกันผ่านทางออนไลน์ในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021

การแข่งขัน CTF ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 87 ทีม จาก 34 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ เช่น การระบุปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยและการกำหนดค่าที่ไม่ถูกต้องในสภาพแวดล้อมบนคลาวด์สาธารณะ ผ่านการทดสอบในหลายแง่มุมด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล รวมถึง การเข้ารหัสข้อมูล การวิเคราะห์ไบนารี และวิศวกรรมย้อนกลับ โดยคำถามที่ทำการทดสอบมีระดับความยาก-ง่ายตามระดับของการแข่งขัน การแข่งขัน CTF ช่วยให้แยกทักษะ และกลุ่มของผู้เข้าร่วมแข่งขันได้

น.อ. อมร ชมเชย รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) และ ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการ Palo Alto Networks ประจำประเทศไทยและอินโดจีน แสดงความยินดีกับทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศ โดยทีมชนะเลิศ คือ ทีมไฟเบอร์ซีเคยวริตี้ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1คือ ทีม Confused30 จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม Ro_bocop จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยทีมที่ชนะการแข่งขันจะได้รับใบรับรองจาก NCSA รางวัลเงินสด และบัตรคูปองสำหรับการสอบใบรับรองจาก Palo Alto Networks และรางวัลสำหรับทีมที่เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายได้รับผลิตภัณฑ์ไฟร์วอลล์ Palo Alto Networks PA-200 Next-Generation Firewall และรางวัลเงินสดรวมสำหรับทุกรางวัลมูลค่า 110,000 บาท

น.อ.อมร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังอยู่ในระหว่างจุดเปลี่ยน และเราจำเป็นต้องจัดการกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จำนวนมาก เพื่อให้เราสามารถวางแนวทางป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศ ผมมั่นใจว่าโครงการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกของ Palo Alto Networks จะช่วยฝึกอบรมและเตรียมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในภาคส่วนนี้ได้”

นอกเหนือจากนี้แล้ว ในปีนี้ Palo Alto Networks ตั้งเป้าในการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 1,000 คน จากผู้จบหลักสูตรในโครงการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Palo Alto Networks Cybersecurity Academy)  เป็นโครงการระดับโลกที่ริเริ่มโดย Palo Alto Networks เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในการปกป้องเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ 15 แห่ง 

ดร. ธัชพล กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐเพื่อให้แน่ใจว่าความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของไทยจะได้รับการจัดการอย่างรัดกุมมากที่สุด การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วนเร่งปรับขบวนการสู่ดิจิทัล ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นวาระเร่งด่วนของภาครัฐ เราจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาและเพิ่มทักษะให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ”

Palo Alto Networks สนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลจากโครงการ Cybersecurity Academy Program ซึ่งประกอบด้วย ชุดหลักสูตรทางวิชาการและชุดหลักสูตรทางเทคนิค ด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รวมถึงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ หลังจากอบรมจนจบหลักสูตร นักศึกษาหรือผู้เข้าอบรมจะได้รับใบประกาศนักเทคนิคระดับเริ่มต้นด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Palo Alto Networks Certified Cybersecurity Entry-Level Technician (PCCET)) หรือใบประกาศผู้ดูแลระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยเครือข่าย (Palo Alto Networks Certified Network Security Administrator (PCNSA)) ในปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ผ่านการรับรอง PCCET จำนวน 60 คน (ก่อนหน้านี้เรียกใบรับรอง PCCSA) และ PCNSA จำนวน 61 คน ทั้งนี้ มีนักศึกษาได้รับใบรับรอง PCCET 2,280 คนจากทั่วโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักศึกษาไทยก็อยู่ในจำนวนนี้ด้วย 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแข่งขัน Capture the Flag สามารถดูได้จากลิงก์นี้


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยข้อมูลเชิงลึกช่วยองค์กรธุรกิจทั่วเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่นเคลื่อนผ่านการทำงานแบบไฮบริด เวิร์ก

ผู้เชี่ยวชาญชี้ 3 กุญแจหลักเพื่ออนาคตการทำงานแบบไฮบริด (hybrid work future) ที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน ประกอบด้วย ความเป็นผู้นำ (Leadership) การวางโครงสร้างที่ดี (Structure) และวัฒนธรรมภายใน (Culture)

มุ่งสู่ Digital Transformation ด้วยแพลตฟอร์มและโซลูชัน B2B จาก AIS 5G Business

เป็นที่รู้กันว่า Digital Transformation คือเทรนด์ที่เกิดขึ้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ด้วยโลกแห่งอนาคตกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงส่งผลให้ Digital Transformation นั้นไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไปสำหรับใครที่กำลังทำธุรกิจอยู่และยังคงต้องการอยู่ในสนามแข่งขันต่อไปในโลกอนาคต และถ้าหากใครกำลังมองหาแพลตฟอร์มหรือโซลูชันใหม่ ๆ ในการทำ Digital …