AWS ได้ประกาศให้บริการ Database Proxy สำหรับ Amazon RDS เข้าสู่สถานะพร้อมให้บริการแล้ว ซึ่งรองรับได้ทั้ง MySQL และ PostgreSQL

ไอเดียก็คือว่าแอปพลิเคชันมีการสั่งเปิดปิดการเชื่อมต่อ Database บ่อยครั้งซึ่ง RDS Proxy จะทำให้หลายแอปพลิเคชันมี Pool และแชร์การเชื่อมต่อสู่ Database เพื่อตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพและรองรับการขยายการใช้งาน รวมถึงความมั่นคงปลอดภัย ซึ่ง Amazon คุยว่า Proxy สามารถช่วยลดเวลากู้คืนหลัง Fail Over ได้ถึง 79% สำหรับ Aurora MySQL และ 32% สำหรับ RDS for MySQL ทั้งนี้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขโค้ดเพื่อใช้งาน RDS Proxy
เกร็ดเล็กน้อยที่ต้องรู้เพิ่มเติมมีดังนี้
- RDS Proxy รองรับได้กับ RDS for MySQL เวอร์ชัน 5.6 และ 5.7 รวมถึง RDS for PostgreSQL เวอร์ชัน 10.11 และ 11.5 เท่านั้น
- Proxy ไม่รองรับโหมด Compress เช่น –compress หรือ -c ในคำสั่ง MySQL
- RDS Proxy ต้องอยู่ใน VPC เดียวกันกับ Database แม้ว่าตัว Database จะเข้าถึงแบบสาธารณะได้แจ่ Proxy ทำไม่ได้ก็ตาม
- ใน Aurora Cluster ทุกการจัดการ connection จะทำโดย Aurora Primary instance หากต้องการทำ Load Balancing สามารถใช้ Reader Endpoint ต่อตรงสำหรับ Aurora Cluster ได้
ปัจจุบัน Amazon RDS Proxy จะรองรับทั้ง Aurora สำหรับ MySQL, PostgreSQL และ RDS สำหรับ MySQL, PostgreSQL ซึ่งพร้อมให้บริการแล้วในภูมิภาค Asia Pacific (Mumbai), Asia Pacific (Seoul), Asia Pacific (Singapore), Asia Pacific (Sydney), Asia Pacific (Tokyo), Canada (Central), EU West (Ireland), Europe (Frankfurt), Europe (London), US East (Ohio), US West (N. California), US West (Oregon) และ US East (N. Virginia)
ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/amazon-rds-proxy-now-generally-available/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






