OpenAI เปิดตัว GPT-5 โมเดล AI รุ่นใหม่พร้อมความแม่นยำสูงและพลังการเขียนโค้ดที่เหนือกว่า

OpenAI ประกาศเปิดตัว GPT-5 โมเดล AI รุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าในทุกด้าน พร้อมระบบ hybrid ที่สามารถสลับระหว่างโหมดตอบคำถามทั่วไปและโหมดคิดวิเคราะห์เชิงลึกได้อัตโนมัติ

Credit: OpenAI

OpenAI ได้เปิดตัว GPT-5 ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทในขณะนี้ โดดเด่นด้วยความสามารถในการเขียนโค้ด การออกแบบ front-end และการ debug codebase ขนาดใหญ่ที่ดีขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจบริบทเชิงลึกและความสามารถในการเขียนรายงานที่ละเอียดมากขึ้น GPT-5 เป็นระบบ hybrid ที่สามารถเลือกใช้งานระหว่างโมเดลมาตรฐานสำหรับคำตอบทั่วไป และโมเดล “thinking” สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก โดยระบบจะตัดสินใจอัตโนมัติว่าควรใช้โหมดไหนตามความซับซ้อนของคำถาม หรือผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งาน thinking mode ได้เองผ่าน model picker หรือพิมพ์คำสั่งเช่น “think hard about this”

จากการทดสอบประสิทธิภาพ GPT-5 ทำคะแนนได้ดีเยี่ยมในหลายด้าน ได้แก่ คณิตศาสตร์ 94.6% บน AIME 2025 โดยไม่ใช้เครื่องมือ, การเขียนโค้ด 74.9% บน SWE-bench Verified และ 88% บน Aider Polyglot, ความเข้าใจ multimodal 84.2% บน MMMU และด้านสุขภาพ 46.2% บน HealthBench Hard เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Claude Opus 4.1 ของ Anthropic ทำคะแนนได้ 74.5% บน SWE-bench Verified ซึ่งต่ำกว่า GPT-5 เล็กน้อย ขณะที่ Gemini 2.5 Pro ของ Google ทำได้ 59.6% สำหรับ Humanity’s Last Exam ซึ่งเป็นการทดสอบปัญญาทั่วไปข้ามสาขาวิชา GPT-5 Pro รุ่นที่มีความสามารถในการให้เหตุผลสูงกว่าทำคะแนนได้ 42% ตามหลัง Grok 4 Heavy ของ xAI ที่ทำได้ประมาณ 44%

ที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานคือ OpenAI ได้แก้ไขปัญหา hallucination หรือการสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาเอง โดยเมื่อเปิดใช้งาน web search GPT-5 มีโอกาสสร้างข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงน้อยกว่า GPT-4o ถึง 45% และเมื่อเปิด thinking mode จะลดลงไปอีกถึง 80% เมื่อเทียบกับ o3 นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหา “sycophancy” ที่เคยเกิดกับ GPT-4o ที่โมเดลจะเห็นด้วยกับผู้ใช้งานมากเกินไป โดยทำให้มีการเห็นด้วยน้อยลงและใช้ emoji น้อยลง เว้นแต่ผู้ใช้งานจะขอโดยตรง GPT-5 กำลังเปิดให้ใช้งานวันนี้เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้งาน ChatGPT ที่ล็อกอินแล้ว แทนที่ GPT-4o โดยจะสลับระหว่างโหมด reasoning และ non-reasoning อัตโนมัติ ขณะที่ผู้ใช้งานแบบจ่ายเงินสามารถเปิดใช้งาน deeper reasoning ได้ด้วยตนเอง

ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ GPT-5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ร่วมงานที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ agentic coding อย่าง Cursor, Windsurf, GitHub Copilot และ CodexCLI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานสามารถบอกให้ AI ทำงานกับ codebase หรือเริ่มต้นจากศูนย์แล้วปล่อยให้ทำงานเอง GPT-5 ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเรียกใช้เครื่องมือและการทำตามคำสั่งเพื่อทำงาน coding ได้อย่างรวดเร็วตามคำสั่งภาษาธรรมชาติ ทำให้เหมาะสำหรับ “vibe coding” แนวโน้มการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่นักพัฒนาใช้ AI ช่วยสร้างโค้ดจากคำสั่งแทนการเขียนเอง สำหรับนักพัฒนา GPT-5 มีให้เลือกใช้ 3 ระดับคือ GPT-5, GPT-5-mini และ GPT-5-nano ผ่าน API พร้อมตัวเลือกด้านต้นทุน ความหน่วง และความลึกของการให้เหตุผล รวมถึงฟีเจอร์ใหม่อย่าง tool call preambles, verbosity controls และ regex-enforced outputs ที่ทำให้น่าเชื่อถือและปรับแต่งได้มากกว่าโมเดลก่อนหน้า

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/08/07/openai-unveils-gpt-5-new-flagship-ai-model-high-accuracy-coding-power/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ