SUSE by Ingram

[Guest Post] โซลูชั่นใหม่เพื่อจัดการไฟล์ในยุคดิจิทัล ดึงจุดแข็ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 80%

การบริหารจัดการไฟล์ด้วย Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ หรือบางธุรกิจใช้ทั้งสองโซลูชั่นควบคู่กัน เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีหลากหลายตัวเลือกการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การใช้งานโซลูชั่นทั้งสองอย่างนี้ในการจัดการไฟล์ อาจส่งผลถึงความปลอดภัยของข้อมูล มีราคาสูง และความท้าทายอื่น ๆ ที่องค์กรจะต้องประสบตลอดการใช้งาน

Windows File Server เป็นเซิร์ฟเวอร์กลางในการจัดเก็บไฟล์ที่สามารถแชร์ข้อมูลไปยังผู้ใช้งานอื่น ๆ ที่อยู่ในภายใต้เน็ตเวิร์คเดียวกัน แต่การเข้าถึง Windows File Server แบบรีโมทหรือจากโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องใช้ VPN ซึ่งเป็นการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งยังอาจเกิดปัญหาขึ้นได้สำหรับธุรกิจที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เมื่อไม่มี VPN หลายองค์กรต้องใช้วิธีแชร์ไฟล์ให้กับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ผ่านแอคเคาท์ที่ตั้งอยู่บนคลาวด์สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ ผู้ใช้งาน Windows File Server ยังต้องมี Client Access License ซึ่งมีมูลค่าในการติดตั้งสูงและเป็นค่าใช้จ่ายเสริมหลังจากที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ Windows File Server ซึ่งมีราคาสูงอยู่แล้ว

คลาวด์สาธารณะ คือ คลาวด์ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยผู้ให้บริการอาจเปิดให้ใช้โดยมีค่าใช้จ่ายตามลักษณะการใช้งานและแบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งบริการคลาวด์สาธารณะส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งบางครั้งทำให้สมาชิกต้องจ่ายเงินในจำนวนที่มากขึ้นในระยะยาว ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้คลาวด์อาจต้องเจอกับอุปสรรค เช่น ความช้าในการถ่ายโอนข้อมูล ความปลอดภัย และโอกาสเกิดความขัดข้องทางเทคนิคอีกด้วย

บางบริษัทเลือกใช้ทั้ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะไปพร้อมกัน เพื่อสร้างโซลูชั่นที่ครอบคลุมและอำนวยความสะดวกให้ตรงกับความต้องการหลักของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การใช้งานลักษณะนี้ ไม่มีการบูรณาการการจัดการไฟล์ที่เหมาะสมให้กับทั้งสองโซลูชั่น ทำให้เกิดการจัดเก็บไฟล์ซ้ำซ้อน เปลืองพื้นที่ และไม่มีศูนย์กลางการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

โซลูชั่นเพื่อการจัดการไฟล์ที่ดีขึ้นไปอีกขั้น

Synology Drive ได้นำจุดแข็งของโซลูชั่นการจัดการไฟล์ทั้ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ มารวมเข้าไว้ใน NAS เพื่อให้การจัดการไฟล์มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

ประหยัดได้สูงสุดถึง 91%

  • ได้ไลเซนส์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงซื้อฮาร์ดแวร์เครื่องเดียว
  • สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน 100 – 300 คน สามารถประหยัดได้สูงสุด 80% เมื่อใช้ Synology Drive ควบคู่กับ Synology NAS เมื่อเทียบกับการใช้ Windows File Server (รูปภาพเปรียบเทียบดูได้ในตาราง)
  • สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน 100 คน สามารถประหยัดได้สูงสุด 91% เมื่อใช้ Synology Drive ควบคู่กับ Synology NAS เมื่อเทียบกับการใช้ Google Drive (รูปภาพเปรียบเทียบดูได้ในตาราง)

เข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา

  • ซัพพอร์ตการเข้าถึงไฟล์ได้ครอบคลุมจากทุกแพลตฟอร์ม – SMB/CIFS, AFP, NFS, FTP, WebDAV; พอร์ทัลเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ
  • มีฟีเจอร์ On-demand Sync ให้ผู้ใช้งานสามารถดูและเข้าถึงไฟล์บน NAS โดยไม่เปลืองพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ ไฟล์จะถูกดาวน์โหลดลงเครื่องเมื่อผู้ใช้งานอนุมัติเท่านั้น

การแชร์และจัดการไฟล์

  • คลิ้กขวาบนไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ แล้วเลือก Share File Links เพื่อให้ระบบสร้างลิงค์และคิวอาร์โค้ด ซึ่งสามารถแชร์ไปยังเพื่อนหรือผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ได้ โดยผู้ใช้งานที่แชร์สามารถตั้งรหัสพาสเวิร์ด ระยะเวลาที่สามารถเข้าถึง รวมถึงการอนุญาตให้ดาวน์โหลดและก๊อปปี้ไฟล์ได้
  • ผู้ใช้งานสามารถค้นหาไฟล์ได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ชื่อไฟล์ เพราะ Drive สามารถค้นหาได้ถึงตัวคอนเทนท์ภายในไฟล์เลยทีเดียว

จัดการคอนเทนท์ร่วมกันด้วย Synology Office

  • จัดการคอนเทนท์ร่วมกันแบบเรียลไทม์ด้วย Synology Office
  • ผู้ใช้งานหลายคนสามารถแก้ไข และคอมเมนต์ในไฟล์เดียวกันได้พร้อมกัน
  • เซฟเวอร์ชั่นเก่าของคุณแบบไม่จำกัด
  • สามารถ import/export ไปยัง Microsoft Office หรือ OpenOffice ได้อย่างง่ายดาย

การแชร์ไฟล์ข้ามออฟฟิศ

  • ด้วย Synology Drive ShareSync โฟลเดอร์ที่ถูกเลือกผ่าน NAS ต่างเครื่องกันก็สามารถซิงค์กันได้อัตโนมัติ ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการไฟล์ที่อยู่กระจัดกระจายและเป็นเวอร์ชันที่แตกต่างกัน
  • One-way sync จะช่วยสำนักงานใหญ่ในการกระจายไฟล์ และเก็บไฟล์จากออฟฟิศสาขาย่อยได้ง่ายขึ้น

คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ดูแลระบบ

  • ลดเวลาการทำซ้ำข้อมูลแอคเคาท์ เมื่อใช้ Synology Drive ร่วมกับ Windows AD/LDAP
  • Synology Drive Admin Console เป็นตัวช่วยบริหารจัดการลักษณะ/ขนาดของไฟล์ที่ผู้ใช้งานหรือกลุ่มผู้ใช้งานสามารถซิงค์กันได้ นอกจากนี้ผู้ดูแลระบบยังสามารถคอนโทรลผู้ใช้งานในองค์กรหากต้องการเชิญผู้ใช้งานใหม่เข้ามาในระบบ หรือแม้กระทั่งการบริหารจัดการไฟล์ร่วมกันกับบุคคลภายนอก

ในยุคที่เทคโนโลยีและโซลูชั่นการจัดการไฟล์เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานต่างมองหาโซลูชั่นที่ครอบคลุม ไม่เพียงแค่จัดการกับความท้าทาย แต่สิ่งสำคัญคือยังต้องเสริมประสิทธิภาพให้กับการแชร์ข้อมูล พื้นที่การจัดเก็บ และการถ่ายโอนให้ดียิ่งขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจควรลงทุนเพื่อการเข้าถึงและจัดการไฟล์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาวมากกว่าความสะดวกสบายเพียงระยะสั้น เพื่อก้าวสู่การทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

คลิกลิงค์และกรอกข้อมูลของท่าน เพื่อติดต่อรับข่าวสารจาก Synology http://sy.to/feb2020drivetechtalkthai

เกี่ยวกับ Synology

Synology สร้างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย โซลูชั่น IP Surveillance และอุปกรณ์เครือข่ายที่ปฏิวัติการเก็บข้อมูล Surveillance และการจัดการเครือข่ายในระบบคลาวด์ Synology นำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานรวบรวม จัดเก็บข้อมูล แบ็คอัพข้อมูล แชร์ไฟล์ได้อย่างง่ายดาย ใช้งานโซลูชัน Surveillance อย่างมืออาชีพ และสามารถจัดการเครือข่ายที่เชื่อถือได้ในราคาย่อมเยาว์ Synology มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าที่มีฟีเจอร์ที่รองรับกับความต้องการในอนาคตและการบริการลูกค้าที่ดีที่สุด

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

สำรองและกู้คืนข้อมูลใน Microsoft 365 แบบไร้รอยต่อด้วย Veeam จาก Mverge

จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรตอบรับกระแส Work From Home กันมากขึ้น และหนึ่งในบริการที่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ คือ Microsoft 365 นั้นเอง ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเข้ามาเจอหน้ากันผ่านระบบคลาวด์

TechTalkThai Solutions Catalog: Enterprise Storage 2021

Enterprise Storage คืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจองค์กร โดย Enterprise Storage นั้นสามารถจัดหมวดหมู่ได้หลายแบบ เช่น แบ่งตามรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล (Block/File/Object), แบ่งตาม Interface ในการเชื่อมต่อ (FC/iSCSI/NVMe/SAS/etc), แบ่งตามประเภท Disk ที่ใช้งาน (HDD/SSD/Hybrid), แบ่งตามสถาปัตยกรรมของระบบ, แบ่งตามระดับการรองรับ Application และอื่นๆ อีกมากมาย